Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13293/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ขอถอนฟ้องคดีภายหลังจำเลยที่ 1 และที่ 5 ยื่นคำให้การแล้วซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคสอง บัญญัติว่า "...ศาลจะอนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ (1) ห้ามไม่ให้ศาลอนุญาต โดยมิได้ฟังจำเลยหรือผู้ร้องสอด ถ้าหากมี ก่อน..." ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาสั่งได้ ดังนั้น แม้โจทก์ขอถอนฟ้องอ้างว่าฟ้องไม่สมบูรณ์ และจำเลยที่ 1 และที่ 5 จะคัดค้านการถอนฟ้องเหตุตามคำร้องโจทก์ดังกล่าว ก็อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะสั่งอนุญาตได้ และศาลไม่อาจนำข้อที่โจทก์อ้างตามคำร้องขอถอนฟ้องว่าฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์มาเป็นเงื่อนไขในการสั่งคำร้องขอถอนฟ้องด้วย เพราะตาม ป.วิ.พ. มาตรา 176 ก็ไม่ได้ห้ามโจทก์ที่ถอนฟ้องยื่นฟ้องคดีใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ ดังนี้ การถอนฟ้องของโจทก์เพื่อดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งห้าและทายาทหรือผู้จัดการมรดกของ พ. เป็นคดีใหม่ จำเลยทั้งห้าก็ยังมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่เช่นเดิม จึงฟังไม่ได้ว่าการถอนฟ้องคดีของโจทก์ไม่สุจริต ทำให้จำเลยที่ 1 และที่ 5 เสียเปรียบในการต่อสู้คดีตามจำเลยที่ 1 และที่ 5 คัดค้านคดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ยกเลิกใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 125107 และ 129095 ตำบลสำโรงเหนือ (สำโรงฝั่งเหนือ) อำเภอเมืองสมุทรปราการ (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ ให้ใช้โฉนดที่ดินฉบับเดิมแทนให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนในโฉนดที่ดินดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2547 จนถึงปัจจุบัน และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสองแปลงข้างต้นแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระค่าใช้จ่าย ค่าภาษีในการโอนกรรมสิทธิ์ หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องอ้างว่าโจทก์ไม่ได้ยื่นฟ้องนายไพโรจน์และทายาทของนายไพโรจน์ด้วย เนื่องจากขณะยื่นฟ้อง โจทก์ไม่สามารถสืบหาทายาทของนายไพโรจน์ได้ ทำให้ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ จำเลยที่ 1 และที่ 5 ยื่นคำร้องคัดค้านว่า การถอนฟ้องของโจทก์ทำให้จำเลยที่ 1 และที่ 5 เสียเปรียบในรูปคดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าขึ้นศาลให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 5 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ จำเลยที่ 1 และที่ 5 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 5 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิได้อุทธรณ์คำสั่ง คดีในส่วนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงยุติไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องดังกล่าว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในชั้นนี้แต่เพียงว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 5 ชอบหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามคำร้องขอถอนฟ้อง โจทก์อ้างเหตุว่า ในสารบัญจดทะเบียนที่ดินพิพาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 โอนขายให้แก่นายไพโรจน์ นายไพโรจน์โอนขายต่อให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ต่อมาจำเลยที่ 3 และที่ 4 โอนขายต่อให้จำเลยที่ 5 แต่เนื่องจากนายไพโรจน์ได้ถึงแก่ความตายและไม่สามารถสืบหาทายาทในขณะนั้นได้ โจทก์จึงไม่ได้ยื่นฟ้องนายไพโรจน์หรือทายาทโดยธรรมของนายไพโรจน์ ทำให้ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ยื่นคำร้องคัดค้านทำนองเดียวกันว่า โจทก์ทราบว่านายไพโรจน์ถึงแก่ความตายไปก่อนที่โจทก์จะยื่นฟ้องคดี จำเลยที่ 1 และที่ 5 ให้การต่อสู้ว่าการทำนิติกรรมตามฟ้องของนายไพโรจน์กระทำโดยสุจริต การถอนฟ้องคดีของโจทก์ทำให้จำเลยที่ 1 และที่ 5 เสียเปรียบ

เห็นว่า คดีนี้โจทก์ขอถอนฟ้องคดีภายหลังจำเลยที่ 1 และที่ 5 ยื่นคำให้การแล้ว ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคสอง บัญญัติว่า "...ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ (1) ห้ามไม่ให้ศาลอนุญาต โดยมิได้ฟังจำเลยหรือผู้ร้องสอด ถ้าหากมี ก่อน..." ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาสั่งได้ ดังนั้น แม้โจทก์ขอถอนฟ้องอ้างว่าฟ้องไม่สมบูรณ์ และจำเลยที่ 1 และที่ 5 จะคัดค้านการถอนฟ้องเหตุตามคำร้องโจทก์ดังกล่าว ก็อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะสั่งอนุญาตได้ และศาลไม่อาจนำข้อที่โจทก์อ้างตามคำร้องขอถอนฟ้องว่าฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์มาเป็นเงื่อนไขในการสั่งคำร้องขอถอนฟ้องด้วย เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176 ก็ไม่ได้ห้ามโจทก์ที่ถอนฟ้องยื่นฟ้องคดีใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ

ดังนี้ การถอนฟ้องของโจทก์เพื่อดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งห้าและทายาทหรือผู้จัดการมรดกของนายไพโรจน์เป็นคดีใหม่ จำเลยทั้งห้าก็ยังมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่เช่นเดิม จึงฟังไม่ได้ว่าการถอนฟ้องคดีของโจทก์ไม่สุจริตทำให้จำเลยที่ 1 และที่ 5 เสียเปรียบในการต่อสู้คดีตามที่จำเลยที่ 1 และที่ 5 คัดค้าน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีจำเลยที่ 1 และที่ 5 เพราะเห็นว่าทำให้จำเลยที่ 1 และที่ 5 เสียเปรียบในเชิงคดีนั้น ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีนี้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาติ ธัญญาวินิชกุล · ธีระพงศ์ จิระภาค · สมจิตร์ ทองศรี
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6312/2558

โจทก์ขอถอนฟ้องคดี ภายหลังจำเลยที่ 1 และที่ 5 ยื่นคำให้การแล้ว ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคสอง บัญญัติว่า "...ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตหรืออนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ (1) ห้ามไม่ให้ศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8626/2557

ข้อความตามรายงานกระบวนพิจารณาระบุว่า คู่ความแถลงร่วมกันว่าคดีสามารถตกลงกันได้โดยโจทก์และจำเลยตกลงจะไปหย่าขาดจากกัน โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ขอถอนคำฟ้องในประเด็นท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6787/2553

ป.วิ.พ. มาตรา 175 ไม่ได้ห้ามโจทก์ถอนฟ้องหลังจากชี้สองสถาน โดยบังคับศาลเพียงว่า ห้ามไม่ให้อนุญาตโดยมิได้ฟังจำเลยหรือผู้ร้องสอดถ้าหากมีก่อน ดังนั้น แม้โจทก์ขอถอนฟ้องหลังจากชี้สองสถานและจำเลยทั้งสองคัดค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5623/2548

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานจำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี แม้จำเลยจะยื่นฎีกา แต่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมผูกพันคู่ความอยู่จนกว่าจะถูกเปลี่ยนแปลง แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7265/2544

ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยแจ้งชัดว่าจำเลยตกลงเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์มีการทำสัญญาเช่าและต่อสัญญาเช่าหลายครั้งต่อมาเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้