Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1330/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องต่อศาลจังหวัดปัตตานีขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้รวมการพิจารณาคดีที่โจทก์ฟ้องเข้ากับคดีที่โจทก์อีกคนหนึ่งฟ้องจำเลยที่ศาลแขวงพระนครเหนือ โดยขอให้โอนคดีไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลแขวงพระนครเหนือ แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต เช่นนี้จำเลยหาอาจยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 6,8ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ได้ไม่เพราะคดีอาญานั้นมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 23,26บัญญัติเรื่องการโอนคดีไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตราดังกล่าวมาปรับแก่กรณีของจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องต่อศาลจังหวัดปัตตานีขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 83 พระราชบัญญัติการพิมพ์ฯมาตรา 48 และสั่งให้จำเลยทั้งสองประกาศแจ้งความคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์รายวันไทยรัฐ มติชน เดลินิวส์ สยามรัฐ แนวหน้าบ้านเมือง กำหนดฉบับละ 15 วัน ติดต่อกันและหนังสือพิมพ์สุดสัปดาห์มติชน จำนวน 4 ฉบับติดต่อกัน โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ศาลจังหวัดปัตตานีไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2530 และเพิ่มเติมคำร้องต่อศาลจังหวัดปัตตานีว่า การกระทำความผิดเรื่องเดียวกันนี้นายเด่น โต๊ะมีนา ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาหมิ่นประมาทนายหะยีสุหรง อับดุลกาเดร์ หรือโต๊ะมีนา ผู้ตาย โดยการโฆษณาทางเอกสารหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกับที่ฟ้องเป็นคดีนี้ ต่อศาลแขวงพระนครเหนือเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3762/2530 และโดยที่โจทก์และจำเลยทั้งสองในคดีทั้งสองเรื่องเป็นคนเดียวกัน คดีทั้งสองเรื่องมีประเด็นอย่างเดียวกัน เกี่ยวเนื่องใกล้ชิดกันและเป็นกรรมเดียวกัน คดีทั้งสองเรื่องศาลเพียงแต่สั่งประทับฟ้องไว้จำเลยมีภูมิลำเนาและมูลคดีเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลแขวงพระนครเหนือและโจทก์เป็นผู้มีอิทธิพลในทางการเงินและในทางการเมืองเพราะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

การรวมพิจารณาคดีทั้งสองเรื่องที่ศาลแขวงพระนครเหนือจะเป็นการสะดวกต่อศาล ขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองรวมกัน โดยโอนคดีนี้ไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์แถลงคัดค้านว่า โจทก์ทั้งสองคดีเป็นคนละคนกันและพยานโจทก์หลายปากอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดปัตตานีซึ่งมีอำนาจพิจารณาคดีนี้ได้ ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีหนังสือสอบถามไปยังศาลแขวงพระนครเหนือว่า จะขัดข้องในการรับโอนคดีนี้ไปรวมพิจารณากับคดีหมายเลขดำที่ 3762/2530 ของศาลแขวงพระนครเหนือหรือไม่ซึ่งศาลแขวงพระนครเหนือตอบขัดข้องการโอนคดีดังกล่าว โจทก์จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลแขวงพระนครเหนือ โดยขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลจังหวัดปัตตานีจำหน่ายคดีนี้เสียจากสารบบความ หรือโอนคดีไปยังศาลแขวงพระนครเหนือตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 6, 7, 8 อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ในคดีอาญาการยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้โอนคดี

ตลอดทั้งการส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดในกรณีนี้ ไม่อาจกระทำได้ เพราะได้มีบทบัญญัติโดยเฉพาะแล้วตามภาค 1 ลักษณะ 2 หมวด 3 อำนาจศาล มาตรา 23 และมาตรา 26 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ฎีกาคัดค้านคำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 23 และมาตรา 26 ไม่อาจนำมาใช้แก่คดีนี้ได้ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 6, 8 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15มาอนุโลมใช้บังคับแก่กรณีของจำเลยที่ 1ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่าตามข้อเท็จจริงดังกล่าวมาข้างต้น การยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ตลอดจนการส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดในกรณีนี้โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 6, 8 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15จะกระทำได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีอาญา การโอนคดีได้มีบัญญัติไว้แล้วตามมาตรา 23 และมาตรา 26 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ยอมรับมาในฎีกาว่า มาตรา 23 และมาตรา 26ไม่อาจนำมาปรับแก่กรณีของจำเลยที่ 1 ได้ เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติเรื่องการโอนคดีไว้โดยเฉพาะแล้วก็ไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 6, 8 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 มาปรับแก่กรณีของจำเลยที่ 1 ได้ คำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประเสริฐ บุญศรี · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2568

การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้นั้นต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 กล่าวคือ ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2567

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 3 ลับหลังจำเลยโดยที่ยังไม่สามารถส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยทราบโดยชอบ ซึ่งไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสาม ประกอบมาตรา 215 แม้ภายหลังจำเลยจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2567

คดีนี้แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำผิดของจำเลยกับพวกมาเป็นข้อ ๆ โดยมีคำขอท้ายฟ้องตาม ป.อ. มาตรา 91 และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องก็ตาม แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีจากข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้วปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2567

ศาลสืบพยานหลักฐานของโจทก์ประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยแล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้อาวุธมีดแทงโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 และพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้อง อุทธรณ์ของจำเลยที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้