คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายน่วมโดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกนายเสนาะถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 60จำเลยให้การปฏิเสธเด็กหญิงอำไพ ปาละวัฒน์ โดยนางคำเพียน ปาละวัฒน์ มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุกจำเลย15 ปี จำเลยเป็นผู้มีคุณความดีมาก่อน ปรานีลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยิงนายน่วมขณะที่นายน่วมวิ่งหนี โดยนายน่วมมิได้ใช้อาวุธปืนยิงจำเลยก่อน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้วิธีเหมาะแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับหรือเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัวจำเลย
เมื่อกระสุนปืนที่จำเลยยิง พลาดไปถูกนายเสนาะซึ่งอยู่ภายในประตูวัดใกล้วงรำวงที่เกิดเหตุถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่านายเสนาะโดยเจตนา แต่เมื่อได้พิเคราะห์ตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจรับราชการมาเป็นเวลา 5 ปี ไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิดมาก่อน วันเกิดเหตุจำเลยได้มาทำหน้าที่รักษาความสงบอยู่ในงานวัด ได้เข้าไปจับกุมนายน่วมเพราะมีคนมาแจ้งว่ามีอาวุธปืนและกำลังจะก่อเหตุร้ายในวงรำวง นายน่วมสลัดหลุดจนจำเลยล้มลง พอจำเลยลุกขึ้นได้ก็ใช้ปืนยิงไปทางนายน่วมซึ่งกำลังวิ่งหนี นับได้ว่าเป็นการกระทำผิดอันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ในการจับกุมคนร้าย โดยจำเลยมิได้มีสาเหตุส่วนตัวกับนายน่วมหรือผู้ตาย ความผิดของจำเลยเห็นได้ว่าเกิดจากการใช้วิธีการที่เกินสมควรแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับกุมนายน่วมด้วยการตัดสินใจที่ผิดในขณะที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เข้าลักษณะในเหตุอื่นอันเป็นเหตุบรรเทาโทษประการหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จึงเห็นสมควรลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่ง
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง จำคุกจำเลย 7 ปี 6 เดือนนอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์