Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13389/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ ช. เคยถูกดำเนินคดีว่าร่วมกับจำเลยทั้งสองในคดีนี้พยายามฆ่าผู้เสียหาย แม้ขณะเบิกความเป็นพยานโจทก์ในคดีนี้ ศาลพิพากษายกฟ้อง ช. แล้วก็ตาม คำเบิกความของ ช. ก็ยังมีลักษณะเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิดจึงมีน้ำหนักน้อย ส่วนผู้เสียหายโจทก์ไม่สามารถนำมาเบิกความ คงอ้างส่งคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายที่ครั้งแรกให้การว่าคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายคือจำเลยที่ 1 ต่อมาให้การอีกครั้งว่าคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงคือจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าจำหน้าคนร้ายสับสน ทำให้การที่ผู้เสียหายยืนยันว่าคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายคือจำเลยที่ 2 ไม่มีน้ำหนัก ส่วน ส. ซึ่งอยู่ร่วมกับผู้เสียหายในคืนเกิดเหตุก็เบิกความยืนยันเฉพาะว่าเห็นจำเลยที่ 1 นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ ช. ขับมาเท่านั้น ส่วนคนร้ายคนอื่นพยานไม่เห็นหน้าและมองไม่ทัน พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบจึงยังมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 2 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 227 พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91, 288, 289, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ขณะกระทำความผิดจำเลยทั้งสองอายุ 16 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุกคนละ 5 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง

หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 5 ปี 12 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยทั้งสองไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมยังศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 จังหวัดระยอง มีกำหนดคนละ 5 ปี ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 142 (1) ในกรณีที่จำเลยคนใดอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์แล้วยังไม่ได้รับการฝึกอบรมหรือได้รับการฝึกอบรมยังไม่ถึงระยะเวลาที่ศาลกำหนด ให้ส่งตัวจำเลยคนนั้นไปจำคุกไว้ในเรือนจำตามกำหนดเวลาฝึกอบรมที่เหลืออยู่ ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นและข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า ในส่วนจำเลยที่ 1 นั้น นางสาวสุมาลีเบิกความว่าจำเลยที่ 1 นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันที่นายชาญชัยหรือรุตขับ แต่ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำการอย่างใดในวันเกิดเหตุ ทั้งยังปรากฏว่าหากจำเลยที่ 1 จะยิงผู้เสียหายก็สามารถกระทำได้ตั้งแต่พบเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายล้มลงที่สี่แยกหนองบัว ส่วนผู้เสียหายนั้นโจทก์ไม่สามารถนำตัวเข้าเบิกความต่อศาลในคดีนี้ คงอ้างส่งคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหาย ที่ระบุว่า จำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย แต่ต่อมาวันที่ 24 กรกฎาคม 2548 ผู้เสียหายเข้าให้การเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน

ระบุว่า คนร้ายที่ยิงผู้เสียหายคือจำเลยที่ 2 แต่เหตุที่ให้การมาก่อนว่าคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงคือจำเลยที่ 1 เพราะจำหน้าคนร้ายสับสน จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา พยานหลักฐานโจทก์นำสืบไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มีส่วนร่วมกระทำความผิดในลักษณะอย่างไร จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังว่าจำเลยที่ 1 ร่วมเป็นคนร้ายกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ 2 นั้นโจทก์มีนายชาญชัยหรือรุตเบิกความว่า นายตั้มขับรถจักรยานยนต์มีจำเลยที่ 2 นั่งซ้อนท้ายผ่านรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายและนางสาวสุมาลีที่ล้ม จำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด เมื่อผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์หลบหนียังถูกจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนยิงอีก 1 นัด

จากนั้นรถจักรยานยนต์คันของจำเลยที่ 2 ได้แล่นตามรถจักรยานยนต์คันของนายแชมป์กับนายคอลิบไป นายชาญชัยหรือรุตเคยถูกดำเนินคดีว่าร่วมกับจำเลยทั้งสองในคดีนี้พยายามฆ่าผู้เสียหาย แม้ขณะเบิกความในคดีนี้ นายชาญชัยหรือรุต ศาลพิพากษายกฟ้องแล้วก็ตาม จึงมีลักษณะเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิด มีน้ำหนักน้อย ส่วนผู้เสียหายโจทก์ไม่สามารถนำเข้าเบิกความเป็นพยาน แต่อ้างส่งคำให้การชั้นสอบสวน ต่อศาล ซึ่งผู้เสียหายให้การในวันที่ 15 มกราคม 2548 และวันที่ 6 พฤษภาคม 2548 ว่าคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายคือจำเลยที่ 1 ต่อมาวันที่ 24 กรกฎาคม 2548 ผู้เสียหายให้การต่อพนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง ว่าคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงคือจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าจำหน้าคนร้ายสับสน

ทำให้การยืนยันว่าคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงคือจำเลยที่ 2 ไม่มีน้ำหนัก ส่วนนางสาวสุมาลีซึ่งอยู่ร่วมกับผู้เสียหายในคืนเกิดเหตุก็เบิกความยืนยันเฉพาะว่าเห็นจำเลยที่ 1 นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่นายชาญชัยหรือรุตขับมาเท่านั้น ส่วนคนร้ายคนอื่นพยานไม่เห็นหน้าและมองไม่ทัน ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ โดยสรุปแล้ว พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบยังมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยเป็นผลดีแก่จำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานจำเลยทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสอง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · เพลินจิต ตั้งพูลสกุล · สมชาติ ธัญญาวินิชกุล
ศาลล่าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง - นายสมควร รักพินิจ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายจรัญ เนาวพนานนท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ยช.(อ)274/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ301/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ283/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกเยาวชนและครอบครัว
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7826/2560

บ. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าที่ขนำที่เกิดเหตุมักจะมีวัยรุ่นมั่วสุมต้มและเสพน้ำต้มพืชกระท่อมเป็นประจำ บ. กับพวกรวม 6 คน จึงนำกำลังไปยังที่เกิดเหตุ พบจำเลยนั่งอยู่ปลายเตียงกำลังต้มใบพืชกระท่อมจึงได้ทำกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2568

การสมรสจะทำได้ก็ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากันและต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1458การแสดงความยินยอมนั้นจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2568

การที่ภริยาจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่มีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ต้องเป็นกรณีที่หญิงดังกล่าวได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้