คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำร้ายผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗
จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์ได้ ๑ ปากแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลจังหวัดชลบุรีวินิจฉัยว่า คดีความผิดตามฟ้องต้องฟ้องยังศาลทหาร แต่ศาลพลเรือนรับประทับฟ้องไว้ คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.๒๔๙๘ มาตรา ๑๕ และพิพากษาลงโทษจำเลย
จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลจังหวัดชลบุรี ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ปรากฎตั้งแต่สั่งรับประทับฟ้องว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลทหาร ไม่ชอบที่ศาลพลเรือนจะรับไว้พิจารณา พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ปรากฎตั้งแต่แรกสั่งประทับฟ้องแล้วว่า เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร การฟ้องคดีก็ต้องยื่นต่อศาลที่มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๗ เมื่อคดีอยู่ในอำนาจศาลทหาร ศาลพลเรือนก็ไม่มีอำนาจรับประทับฟ้องและดำเนินคดี ส่วนข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.๒๔๙๘ มาตรา ๑๕ วรรค ๒ นั้นต้องปรากฎตามทางพิจารณาในภายหลัง ไม่ใช่ปรากฎว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลทหารตั้งแต่ประทับฟ้อง หากให้อำนาจศาลพลเรือนพิจารณาพิพากษาคดีได้โดยเพียงสั่งประทับฟ้องเท่านั้น ก็หาจำต้องบัญญัติยกเว้นไว้ดังข้อความในวรรค ๒ ไม่
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์