Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13533/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้รายงานการแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนของผู้อำนวยการสถานพินิจ จะมีความสำคัญแก่การพิพากษาคดีเนื่องจาก พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 131 บัญญัติว่า ศาลจะลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนได้ต่อเมื่อได้รับทราบรายงานดังกล่าว แต่ก็มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อให้ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทั้งปวงเกี่ยวกับจำเลยและบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งจำเลยอาศัยอยู่ด้วยหรือบุคคลซึ่งให้การศึกษา ให้ทำการงานหรือมีความเกี่ยวข้องตามมาตรา 115 เข้าสู่สำนวนคดี โดยมาตรา 118 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ศาลจะรับฟังรายงานเกี่ยวกับข้อเท็จจริงตามมาตรา 115 ได้ เฉพาะที่มิใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ถูกฟ้องโดยไม่ต้องมีพยานบุคคลประกอบได้ เพื่อเสนอรายงานและความเห็นต่อศาลเกี่ยวกับการลงโทษ หรือการใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแก่จำเลยเท่านั้น ข้อเท็จจริงตามรายงานก็มิใช่ข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการสืบพยานของคู่ความ จึงไม่สามารถนำมารับฟังในฐานะเป็นพยานหลักฐานที่จะนำมาวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยได้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รับฟังรายงานดังกล่าวแล้วเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น จึงมิชอบด้วยกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 115 พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 118 พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 131

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก (ที่ถูก คือมาตรา 357 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83) ขณะกระทำผิดจำเลยมีอายุ 15 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 กึ่งหนึ่งแล้ว จำคุก 1 ปี อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 104 (2) ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งจำเลยไปฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 9 (จังหวัดสงขลา) มีกำหนดขั้นต่ำ 8 เดือน ขั้นสูง 1 ปี 6 เดือน นับแต่วันพิพากษา ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รับฟังรายงานการแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนของผู้อำนวยการสถานพินิจเป็นพยานหลักฐานเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า แม้รายงานดังกล่าวจะมีความสำคัญแก่การพิจารณาพิพากษาคดีเนื่องจากพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 131 จะบัญญัติว่า ศาลจะลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนได้ต่อเมื่อได้รับทราบรายงานและความเห็นดังกล่าว แต่ก็มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อให้ข้อเท็จจริงต่างๆ ของจำเลย ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทั้งปวงเกี่ยวกับจำเลยและของบิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลซึ่งจำเลยอาศัยอยู่ด้วยหรือบุคคลซึ่งให้การศึกษา ให้ทำการงานหรือมีความเกี่ยวข้องตามมาตรา 115 เพื่อให้ศาลนำข้อเท็จจริงต่างๆ

ดังกล่าวเข้าสู่สำนวนคดี โดยมาตรา 118 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ศาลจะรับฟังรายงานเกี่ยวกับข้อเท็จจริงตามมาตรา 115 ได้เฉพาะที่มิใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ถูกฟ้องโดยไม่ต้องมีพยานบุคคลประกอบรายงานนั้นได้ เพื่อเสนอรายงานและความเห็นต่อศาลเกี่ยวกับการลงโทษหรือการใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแก่จำเลยเท่านั้น ทั้งข้อเท็จจริงตามรายงานก็มิใช่ข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการสืบพยานของคู่ความ จึงไม่สามารถนำมารับฟังในฐานะเป็นพยานหลักฐานที่จะนำมาวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รับฟังรายงานดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อสำนวนขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา โดยโจทก์และจำเลยต่างนำพยานเข้าสืบจนสิ้นกระแสความ เพื่อมิให้คดีต้องล่าช้า จึงเห็นควรวินิจฉัยในประเด็นว่าจำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัย

โจทก์มีดาบตำรวจพิศิษฐ์ ผู้จับกุมและพันตำรวจโทกำพล พนักงานสอบสวนเบิกความทำนองเดียวกันว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีคนร้ายร่วมกันขี่รถจักรยานยนต์ที่ถูกลักมา 3 คัน มาจากต่างพื้นที่โดยมาพักที่โรงแรมเพลินใจจึงนำกำลังเจ้าพนักงานตำรวจนอกเครื่องแบบไปที่โรงแรมดังกล่าว พบรถจักรยานยนต์ 3 คัน มีรอยงัดแงะที่คอรถ และที่รูกุญแจเครื่องยนต์ 1 คัน มีการต่อสายตรง 2 คัน จึงตรวจสอบกับพนักงานโรงแรมทราบว่า ผู้ที่มาพักอยู่ที่ห้องหมายเลขบี 8 จึงไปจับกุม พบจำเลยกับพวกรวม 4 คน ยึดกุญแจรถปลอมที่ใช้สำหรับรถจักรยานยนต์ เมื่อนำไปติดเครื่องรถปรากฏว่าเครื่องติดได้ พวกจำเลยรับว่าได้ให้จำเลยกับพวกรวม 3 คน ขับรถจักรยานยนต์คนละคันจากจังหวัดยะลามาแวะพักที่อำเภอหาดใหญ่ 1 คืน และมาพักที่โรงแรมที่ถูกจับกุมเพื่อจะนำรถไปติดต่อขายอีกทอดหนึ่ง โดยโจทก์มีเพียงบันทึกการจับกุมที่ระบุพฤติการณ์ดังที่เบิกความและคำให้การชั้นสอบสวนของพวกจำเลยที่ซัดทอดว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดด้วย แต่ไม่นำบุคคลเหล่านั้นมาเบิกความเพื่อให้จำเลยได้ซักค้าน

ทั้งเป็นพยานบอกเล่า มีน้ำหนักน้อย และไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุน จำเลยเองก็ให้การปฏิเสธมาโดยตลอดตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาว่าไม่ทราบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์ และมิได้ร่วมกับพวกในการรับของโจร ลำพังเพียงพยานหลักฐานดังกล่าวจึงไม่สามารถนำมารับฟังโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญไชย ธนาพันธ์สิน · พฤษภา พนมยันตร์ · จรูญ ชีวิตโสภณ
ศาลล่าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา - นายอภิชาต เทพหนู
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสมเกียรติ ตั้งสกุล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ยช.(อ)225/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ85/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ462/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกเยาวชนและครอบครัว
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้