Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1356/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญายอมหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากันและจำเลยยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูให้โจทก์ 50,000 บาท ปรากฏในบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมแพ บันทึกดังกล่าวมีลักษณะเป็นทั้งสัญญาหย่าและสัญญาประนีประนอมยอมความที่จะจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์เมื่อหย่ากันแล้ว และคู่กรณีอาจตกลงกันให้ชำระค่าเลี้ยงชีพครั้งเดียว เป็นจำนวนเงินตามที่ตกลงกันได้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพ 50,000 บาทให้โจทก์ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ได้ทำไว้นั้นสัญญาที่จำเลยยอมจ่ายเงินให้โจทก์ 50,000 บาทนี้เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับค่าเลี้ยงชีพของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1526 ซึ่งหมายถึงเงินเลี้ยงชีพหลังจากที่ได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากันแล้ว จึงไม่ใช่สัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างเป็นสามีภรรยากันตามมาตรา 1469 จำเลยไม่มีสิทธิอ้างมาตรานั้นมาเป็นเหตุบอกล้างสัญญานี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อปี พ.ศ. 2506 ต่อมาวันที่ 30 มิถุนายน 2519 ได้ตกลงหย่าขาดจากกันโดยบันทึกไว้ในรายงานประจำวันของสถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมแพว่า โจทก์จำเลยสมัครใจจดทะเบียนหย่าขาดจากกันและจำเลยยอมให้ค่าเลี้ยงดูโจทก์50,000 บาท ต่อมาจำเลยยื่นฟ้องหย่าต่อศาล ศาลสั่งจำหน่ายคดีเพราะเห็นว่าโจทก์จำเลยยอมหย่ากันอยู่แล้ว จำเลยนำรายงานกระบวนพิจารณาของศาลไปยื่นต่อนายทะเบียนให้จดทะเบียนการหย่าโดยสมบูรณ์แล้ว แต่จำเลยไม่ยอมจ่ายเงิน 50,000 บาท ให้โจทก์ตามที่สัญญา โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องจำเลยให้การว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูให้โจทก์50,000 บาท ตามบันทึกรายงานประจำวันที่โจทก์นำมาฟ้องจริง แต่จำเลยได้มีหนังสือบอกล้างสัญญาตามบันทึกดังกล่าวนั้นแล้ว

สัญญาจึงเป็นอันสิ้นผลผูกพันไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ทั้งโจทก์มิได้ฟ้องแย้งมาในคดีที่จำเลยฟ้องหย่า โจทก์จึงหมดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดู ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 50,000 บาทให้โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บันทึกดังกล่าวมีลักษณะเป็นทั้งสัญญาหย่าและสัญญาประนีประนอมยอมความที่จะจ่ายเงินค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์เมื่อหย่ากันแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 มาตรา 1514, 1526 ซึ่งให้นำบทบัญญัติมาตรา 1598/40 มาบังคับโดยอนุโลม และตามมาตรา 1598/40 ผู้กรณีอาจตกลงกันให้ชำระค่าเลี้ยงชีพครั้งเดียวเป็นเงินจำนวนตามที่ตกลงกันก็ย่อมทำได้

ดังที่จำเลยได้ตกลงชำระให้โจทก์เป็นเงิน 50,000 บาทในคดีนี้ ฉะนั้น จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพ 50,000 บาท ให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมที่ได้ทำไว้นั้นที่จำเลยฎีกาว่าสัญญาที่จำเลยยอมจ่ายเงินให้โจทก์ 50,000 บาท เป็นสัญญาระหว่างสมรส เมื่อจำเลยบอกล้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 แล้ว จำเลยไม่ต้องชำระนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาที่จำเลยยอมจ่ายเงินให้โจทก์ 50,000 บาท นี้เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับค่าเลี้ยงชีพของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1526 ซึ่งหมายถึงเงินค่าเลี้ยงชีพหลังจากที่ได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากันแล้วหาใช่สัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างเป็นสามีภรรยากันตามมาตรา 1469 ไม่ จำเลยไม่มีสิทธิอ้างมาตรา 1469 มาเป็นเหตุบอกล้างสัญญานี้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้