Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1358/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พินัยกรรมตามแบบมาตรา 1656 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซึ่งพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้นจึงจะสมบูรณ์ จึงต้องฟังข้อเท็จจริง (ให้) ได้ (ความ) ว่า มีการกระทำถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด มิใช่เพียงแต่ฟังตามตัวหนังสือที่เขียนขึ้นไว้ พินัยกรรมที่มีบันทึกผู้รู้เห็นเป็นพยาน 5 คน แต่คนหนึ่งในจำนวนนี้ไม่ได้ลงชื่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างพยานที่ลงชื่อ 4 คนนี้มาสืบว่า 3 คนในจำนวนนี้เซ็นชื่อลับหลังผู้ทำพินัยกรรม คงมีคนเดียวที่ผู้ทำพินัยกรรมพิมพ์ลายมือต่อหน้า ดังนี้ แม้จะเป็นการสืบพยานแก้ไขข้อความในเอกสาร แต่ก็เป็นการนำสืบเพื่อแสดงความไม่สมบูรณ์ของเอกสารนั้น ย่อมนำสืบได้ก.จำเลยกับ ฮ.บุตรของเจ้ามรดกตกลงแบ่งมรดกกัน โดย ก.จำเลยตกลงแบ่งที่ดินหมายเลข 4 ให้ฮ. ฮ.ก็ตกลงแบ่งที่ดินหมายเลข 5 ให้ ก. จำเลย และต่างทำเป็นหนังสือสละมรดกโดยต่างทำให้แก่กัน เมื่อปรากฏว่า ก.ไม่ใช่ทายาทของเจ้ามรดก เพราะเป็นแต่สะใภ้ไม่มีอำนาจแบ่งมรดกได้ ข้อตกลงนี้ก็ไม่สมบูรณ์ และหนังสือนี้เป็นแต่ข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์มรดกเท่านั้น มิใช่เป็นการสละมรดกตามกฎหมาย เพราะยังมีข้อผูกพันจะต้องแบ่งมรดกบางส่วนตอบแทนให้ ฮ. ทายาทอื่นที่มิใช่คู่สัญญาหามีสิทธิจะอ้างข้อตกลงนี้ (หนังสือที่ฮ.ทำ) เป็นประโยชน์แก่ตนไม่พินัยกรรมที่ทำขึ้นผิดแบบตามมาตรา 1656 เป็นโมฆะตามมาตรา 1705 ไม่เป็นพินัยกรรมเสียแล้ว ความเสียเปล่านี้ผู้มีส่วนได้เสียจะกล่าวอ้างขึ้นก็ได้ หาต้องฟ้องขอให้เพิกถอนไม่ ตามมาตรา 1710 ใช้เฉพาะเมื่อเป็นพินัยกรรมแล้วเท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายคำใหม่และนางอิ่งมีบุตร 2 คน คือ นายส่างหมีและโจทก์ นายส่างหมีตายเมื่อราว พ.ศ. 2486 แต่มีบุตร 7 คน คือจำเลยที่ 2, 3 กับผู้อื่นอีก ต่อมา พ.ศ. 2491 นายคำใหม่ตายทรัพย์สินทั้งหมดตกอยู่กับนางอิ่งตลอดมา ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2502 นางอิ่มเจ้ามรดกตาย มีทรัพย์เป็นมรดกตามบัญชีท้ายฟ้อง จำเลยที่ 1 เป็นผู้ดูแลและอาศัยอยู่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงจะแบ่งมรดกและโจทก์ได้ขอรังวัดกับประกาศรับมรดก จำเลยที่ 3 คัดค้านและอ้างว่ามีพินัยกรรมที่นางอิ่งทำไว้ โจทก์ดูแล้วปรากฏว่าพินัยกรรมมีพิรุธ พยานไม่ได้เห็นผู้ทำพินัยกรรมพิมพ์ลายนิ้วมือ ทั้งจำเลยที่ 2 ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมเรียงเขียนเอง จึงเป็นโมฆะขอให้พิพากษาแบ่งทรัพย์ให้โจทก์ครึ่งหนึ่งและทำลายพินัยกรรมจำเลยให้การว่า

มรดกรายนี้มีพินัยกรรมโดยชอบ ที่โจทก์อ้างว่าขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1653 ก็คงเสียสิทธิไปเฉพาะตัวจำเลยที่ 2 เท่านั้น หากโจทก์ถือว่าพินัยกรรมไม่ชอบก็ชอบที่จะฟ้องให้เพิกถอนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คดีขาดอายุความแล้ว ทั้งโจทก์ได้เคยทำหนังสือสละสิทธิการรับมรดกให้จำเลยยึดถือไว้ด้วยและจำเลยยังให้การต่อสู้ในข้ออื่นอีกศาลชั้นต้นพิพากษาว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะ ให้แบ่งทรัพย์มรดกอันดับ 4 และ 5 กับข้าวเปลือก 70 ถัง ให้โจทก์ครึ่งหนึ่งโจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยแบ่งทรัพย์อันดับ 3, 4, 5 และ 6 กับข้าวเปลือก 70 ถัง ให้โจทก์กึ่งหนึ่ง ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 กึ่งหนึ่งจำเลยทั้งสามฎีกาทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงในข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า1. ในเรื่องพินัยกรรม จำเลยฎีกาว่าเอกสารพินัยกรรมมีข้อความบันทึกว่าผู้เป็นพยานได้เห็นนางอิ่งพิมพ์ลายนิ้วมือด้วยตนเองต่อหน้าพยาน การที่ศาลรับฟังพยานบุคคลว่านางอิ่งไม่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือต่อหน้าพยานนั้น เป็นการสืบแก้ไขถ้อยคำของตนเองในบันทึกศาลฎีกาเห็นว่ากฎหมายกำหนดพินัยกรรมไว้หลายแบบ ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 กำหนดไว้แบบหนึ่ง แบบนี้ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซึ่งพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้นจึงจะสมบูรณ์ ต้องฟังข้อเท็จจริงได้ว่ามีการกระทำถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด มิใช่เพียงแต่ฟังตามตัวหนังสือที่เขียนขึ้นไว้

พินัยกรรมในคดีนี้มีบันทึกผู้รู้เห็นเป็นพยานถึง 5 คนแต่คนหนึ่งไม่ได้ลงชื่อ โจทก์ได้อ้างพยานอีก 4 คนที่ลงชื่อนั้นมาเบิกความ ได้ความว่าพยานที่เห็นนางอิ่งลงชื่อในพินัยกรรมมีคนเดียว ส่วนอีก 3 คนนั้นเซ็นชื่อเป็นพยานลับหลังการนำสืบเช่นนี้แม้จะสืบพยานแก้ไขข้อความในเอกสาร แต่เป็นการนำสืบเพื่อแสดงความไม่สมบูรณ์ของเอกสารนั้น ย่อมนำสืบได้2. เรื่องหนังสือสละมรดก ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 กับโจทก์ต่างตกลงแบ่งมรดกที่ดินกัน โดยจำเลยที่ 1 ตกลงแบ่งที่ดินหมายเลข 4 ให้โจทก์ โจทก์ก็ตกลงแบ่งที่ดินหมายเลข 5 ให้จำเลยที่ 1 เจ้าหน้าที่อำเภอแนะนำวิธีให้ทำเป็นหนังสือสละมรดกโดยต่างทำให้แก่กัน โจทก์จึงทำหนังสือสละสิทธิในกองมรดกให้แก่จำเลยที่ 1 เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ทายาทของนางอิ่งเพราะเป็นแต่สะใภ้

ไม่มีอำนาจแบ่งมรดกได้ ข้อตกลงนี้ก็ไม่สมบูรณ์หนังสือนี้เป็นแต่ข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์มรดกเท่านั้น มิใช่เป็นการสละมรดกตามกฎหมายเพราะยังมีข้อผูกพันจะต้องแบ่งมรดกบางส่วนตอบแทนให้โจทก์ ทายาทอื่นที่มิใช่คู่สัญญาหามีสิทธิจะอ้างข้อตกลงนี้เป็นประโยชน์แก่ตนไม่3. เรื่องอายุความ จำเลยฎีกาว่า คดีขอเพิกถอนข้อกำหนดพินัยกรรมต้องฟ้องภายใน 3 เดือน ว่าคดีขาดอายุความแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1710

ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องพินัยกรรมที่ทำขึ้นผิดแบบเป็นโมฆะตามมาตรา 1705ไม่เป็นพินัยกรรมเสียแล้ว ความเสียเปล่านี้ผู้มีส่วนได้เสียจะกล่าวอ้างขึ้นก็ได้ หาต้องฟ้องขอให้เพิกถอนไม่ บทกฎหมายที่จำเลยฎีกาใช้เฉพาะเมื่อเป็นพินัยกรรมแล้วเท่านั้นผลที่สุดศาลฎีกาแก้เฉพาะที่เกี่ยวกับทรัพย์บางอันดับโดยอาศัยข้อเท็จจริง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ ปุษปาคม · ไชยเจริญ สันติศิริ · สารกิจปรีชา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3776/2545

พินัยกรรมที่ไม่ได้ลงวัน เดือน ปี ไว้ แม้จะมีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน ในขณะทำพินัยกรรม ก็ต้องถือว่าเป็นพินัยกรรมที่ทำขึ้นโดยขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1656 ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705 ผู้ร้องซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5288/2561

ที่จำเลยฎีกาว่า ลายมือชื่อโจทก์ที่มอบอำนาจให้ ค. ดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ เป็นเอกสารปลอม จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ในประเด็นนี้ไว้ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15721/2558

ตามบันทึกถ้อยคำไม่รับมรดกที่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสอง และ ก. ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินมีใจความสำคัญว่า ที่ดินพิพาทที่มีชื่อ ว. เจ้ามรดกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อ. สามีของ ว. ได้มายื่นเรื่องราวขอรับมรด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7068/2557

ป.พ.พ. มาตรา 1613 บัญญัติว่า การสละมรดกนั้นจะทำแต่เพียงบางส่วนหรือทำโดยมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาไม่ได้ สัญญาประนีประนอมแบ่งมรดกระหว่างโจทก์กับจำเลยระบุว่า จำเลยตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดกบ้าน 4 หลังซึ่งปลูกอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11034/2553

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ประเด็นเดียวว่า พินัยกรรมตามฟ้องปลอมหรือไม่ แต่ในคำฟ้องนอกจากจะอ้างว่าพินัยกรรมตามฟ้องเป็นพินัยกรรมปลอมแล้ว โจทก์ยังบรรยายฟ้องมาด้วยว่า บุคคลที่ลงลายมือชื่อเป็นพยานในพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้