Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13587/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยผู้เป็นนายจ้างมอบหมายให้โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างไปทำความเข้าใจกับพนักงานของจำเลยเรื่องจำเลยย้ายสถานประกอบกิจการไปจังหวัดสมุทรสาครและให้พนักงานแสดงความประสงค์ว่าจะย้ายไปยังที่ทำงานใหม่หรือไม่ แต่โจทก์แจ้ง ส. ผู้จัดการโรงงานว่าจำเลยจะเล่นงานและบีบให้ ส. ออกจากงาน กับบอก ท. พนักงานแผนกบัญชีว่าหากลงชื่อในใบแสดงความประสงค์ย้ายไปทำงานที่สำนักงานใหม่แล้วไม่ยอมไป เมื่อถึงเวลาย้ายจะถูกจำเลยฟ้องคดี พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการเล็งเห็นผลได้ว่าอาจก่อให้เกิดความหวาดระแวงระหว่างพนักงานกับจำเลย ทำให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่พนักงานอันจะส่งผลกระทบต่อการย้ายสถานประกอบกิจการของจำเลยโดยตรงที่อาจเกิดความยุ่งยากมากขึ้น โจทก์ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายให้ทำความเข้าใจกับพนักงานไม่สมควรกระทำเช่นนี้ โจทก์กระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต และจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 และไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (2)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 34,436 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าชดเชย 17,510 บาท และค่าจ้างค้างจ่าย 2,918 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าชดเชย 17,510 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 34,436 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ดอกเบี้ยของเงินทั้งสองจำนวนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เริ่มทำงานกับจำเลยตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 17,510 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 30 ของเดือน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2553 โดยไม่ได้จ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ อ้างเหตุโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายและฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง โดยโจทก์ได้รับมอบหมายจากกรรมการบริหารของจำเลยให้ทำความเข้าใจกับพนักงานเกี่ยวกับการย้ายสำนักงานและโรงงาน และให้พนักงานแสดงความประสงค์ว่าจะย้ายไปยังที่ทำการใหม่หรือไม่ โจทก์เป็นผู้แจ้งแก่นายสุเทพ ผู้จัดการโรงงานว่ากรรมการจำเลยจะเล่นงานและหาทางบีบให้นายสุเทพออกจากการทำงาน

นายสุเทพนำเรื่องดังกล่าวไปสอบถามกรรมการผู้จัดการจำเลยและได้รับแจ้งว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น อีกทั้งยังแจ้งให้นายสุเทพทราบว่าประสงค์จะให้นายสุเทพดูแลการย้ายโรงงานให้เรียบร้อย โจทก์แจ้งพนักงานแผนกบัญชีโดยเฉพาะนางสาวนงนภัส และนางสาวทิพมน ว่าหากลงชื่อในใบแสดงความประสงค์ว่าจะย้ายไปทำงานที่สำนักงานใหม่ แต่เมื่อถึงเวลาย้ายแล้วไม่ยอมไปจะถูกจำเลยฟ้องคดี ต่อมาจำเลยชี้แจงยืนยันในที่ประชุมว่าจำเลยจะไม่มีการฟ้องร้องพนักงานที่แสดงความประสงค์จะย้ายไปทำงานที่สำนักงานใหม่แต่ภายหลังไม่ยอมย้าย ซึ่งการยืนยันของจำเลยดังกล่าวนี้กระทำขึ้นถัดจากวันที่โจทก์บอกแก่พนักงานแผนกบัญชีดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้โจทก์ได้รับค่าจ้างค้างจ่ายตามฟ้องจากจำเลยครบถ้วนแล้ว แล้ววินิจฉัยว่า

โจทก์เพียงบอกกล่าวให้นายสุเทพทราบเป็นการส่วนตัวเนื่องจากความสนิทสนมกรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรง ส่วนข้อความที่บอกกล่าวแก่พนักงานแผนกบัญชีมีลักษณะเป็นการออกความเห็นมากกว่าจะยืนยันข้อเท็จจริง ไม่มีลักษณะเป็นการข่มขู่ ยุยง ส่งเสริม ทั้งไม่ถึงขนาดที่จะทำให้จำเลยถูกต่อต้าน หรือแตกแยกสามัคคีในหมู่พนักงานหรือทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในหมู่พนักงาน คดีจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์กระทำการอันเป็นการผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และไม่ใช่เรื่องที่โจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยลงโทษโจทก์ด้วยการเลิกจ้างโดยไม่ชอบ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายหรือไม่

จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สรรหาและฝึกอบรมได้รับมอบหมายจากจำเลยให้ไปทำความเข้าใจกับพนักงานเกี่ยวกับเรื่องการย้ายสถานประกอบกิจการไปยังจังหวัดสมุทรสาครและให้พนักงานแสดงความประสงค์ว่าจะย้ายไปยังที่ทำงานใหม่หรือไม่ แต่โจทก์กลับเป็นผู้บอกนายสุเทพว่ากรรมการจำเลยจะเล่นงานและหาทางบีบให้นายสุเทพออกจากงาน จนทำให้นายสุเทพต้องนำเรื่องไปสอบถามกรรมการผู้จัดการจำเลย แต่ได้รับแจ้งว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นและประสงค์จะให้นายสุเทพดูแลการย้ายสถานประกอบกิจการให้เรียบร้อย อีกทั้งโจทก์ยังได้บอกพนักงานแผนกบัญชีโดยเฉพาะนางสาวนงนภัสและนางสาวทิพมนว่าหากลงชื่อในใบแสดงความประสงค์ว่าจะย้ายไปทำงานที่สำนักงานใหม่แล้วไม่ยอมไป

เมื่อถึงเวลาย้ายจะถูกจำเลยฟ้องคดี จนทำให้ผู้บริหารจำเลยต้องประชุมชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง พฤติการณ์ของโจทก์ดังกล่าวเป็นการเล็งเห็นผลได้ว่าอาจก่อให้เกิดความหวาดระแวงระหว่างพนักงานกับจำเลยทำให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่พนักงานอันจะส่งผลกระทบต่อการย้ายสถานประกอบกิจการของจำเลยโดยตรงที่อาจเกิดความยุ่งยากมากขึ้น ซึ่งโจทก์ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายให้ทำความเข้าใจกับพนักงานในเรื่องดังกล่าวไม่สมควรกระทำเช่นนี้การกระทำของโจทก์นอกจากเป็นการกระทำอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตแล้ว ยังเป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอีกด้วย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 และไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (2) ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์มานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระพงศ์ จิระภาค · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · วิรุฬห์ แสงเทียน
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายทรงชัย ทิพยผลาผลกุล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.613/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2871/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ855/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2562

ในการทำงานโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงต่อการรักษาความลับและพันธกรณีอื่น ๆ โดยโจทก์ยินยอมที่ป้องกันรักษาความลับของข้อมูลและสารสนเทศของจำเลย อันแสดงให้เห็นว่า จำเลย ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4110/2561

โจทก์เป็นผู้จัดการแผนกคลังสินค้ามีหน้าที่จัดทำเอกสารใบควบคุมการส่งสินค้าเพื่อจ่ายสินค้า ออกจากคลังสินค้าและจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ก่อนนำสินค้าขึ้นรถขนส่งจะต้องมีการตรวจสอบรายการสินค้าให้ครบถ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6609/2561

การที่โจทก์ให้ ณ. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารจำเลย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค และเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคาร ท. สาขาหนึ่งพัน โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายให้จากนั้นให้ ณ. สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. จำนวน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 642/2559

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มิได้ให้ความหมายคำว่า "ทุจริต" ไว้และไม่ได้ใช้คำว่า "โดยทุจริต" ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 1 (1) จึงต้องใช้ความหมายคำว่า "ทุจริต" ตามพจนานุกรม คือความประพฤติชั่ว โ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้