Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1359/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ร้านสหกรณ์โรงงานกระดาษบางปะอิน จำกัด จำเลยที่ 1 จะได้เลิกกิจการไปแล้วก็ตาม แต่ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511มาตรา 89 ให้ถือว่ายังคงดำรงอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชีของผู้ชำระบัญชีสภาพการเป็นนิติบุคคลของจำเลยที่1 ยังไม่สิ้นสุดลง การเป็นนายจ้างลูกจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงไม่สิ้นสุดลงโดยการเลิกกิจการของจำเลยที่ 1 และเมื่อต่อมาจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์โดยยังมิได้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์ จำเลยที่ 3ในฐานะผู้ชำระบัญชีจึงมีหน้าที่จัดการชำระหนี้แก่โจทก์ในนามของจำเลยที่ 1 ให้เสร็จสิ้นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา90 และ 94 การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ชำระบัญชีชำระหนี้ดังกล่าวจึงหาเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52 ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 มาตรา 89 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 มาตรา 90 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 มาตรา 94 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52 ป.พ.พ. มาตรา 204 ป.พ.พ. มาตรา 224 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการบริหาร โจทก์ทั้งสี่เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยที่ 1ต่อมาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์กับพวกโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งสี่ จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เลิกกิจการไปแล้ว ก่อนโจทก์ทั้งสี่ถูกเลิกจ้างจำเลยที่ 2 จึงหมดอำนาจไปแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ประกาศเลิกกิจการแล้วได้จ่ายเงินเดือนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ไปอีก 1 งวด โจทก์ทั้งสี่ไม่ได้ปฏิบัติงานมาแล้วเกินกว่า2 เดือน การเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่จำเลยที่ 1 ได้ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานแล้ว ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาศาลแรงงานกลางสอบข้อเท็จจริงบางประการแล้วเห็นว่า

คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยแก่โจทก์ตามฟ้อง โดยให้จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่สะสางติดตามทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่มีอยู่มาจ่ายให้จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่าได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางสอบถามคู่ความว่า ร้านสหกรณ์โรงงานกระดาษบางปะอิน จำกัด จำเลยที่ 1 โดยนายใบ ทองกลม จำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการ ต่อมาได้ประกาศเลิกกิจการตามประกาศนายทะเบียนสหกรณ์ ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2529และได้แต่งตั้งนางศรีสมร สนองญาติ จำเลยที่ 3 เป็นผู้ชำระบัญชีในวันเดียวกันนั้น ต่อมาจำเลยที่ 2 ประธานกรรมการได้ออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่และคำสั่งเลิกจ้างมีผลตั้งแต่วันที่1 กรกฎาคม 2529 โดยจำเลยยังมิได้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้โจทก์ทั้งสี่ตามฟ้อง ข้อที่จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ว่า สภาพการเป็นนายจ้างของจำเลยที่1 สิ้นสุดลงโดยการเลิกกิจการ มีผลให้นิติสัมพันธ์การเป็นนายจ้างลูกจ้างสิ้นสุดลงด้วย จึงไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานนั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 มาตรา 89 บัญญัติไว้ใจความว่า สหกรณ์นั้นแม้จะได้เลิกกิจการไปแล้ว ก็ให้ถือว่ายังคงดำรงอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี แสดงว่าสภาพการเป็นนิติบุคคลของจำเลยที่ 1 ยังไม่สิ้นสุดลงตามบทกฎหมายดังกล่าว นิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ทั้งสี่จึงหาได้สิ้นสุดลงดังที่จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ไม่ ข้อที่จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่3 มีหน้าที่ติดตามทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่มีอยู่มาจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์นั้นไม่ถูกต้อง กรณีไม่มีเหตุสมควรเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความ เป็นการพิพากษาเกินคำขอ

ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52 นั้นพิเคราะห์แล้วตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 ส่วนที่ 5 ว่าด้วยการชำระบัญชี โดยมาตรา 89 บัญญัติว่า 'สหกรณ์นั้นแม้จะได้เลิกไปแล้วก็ให้พึงถือว่ายังคงดำรงอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี' มาตรา 90 บัญญัติว่า 'ให้ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่ชำระสะสางกิจการของสหกรณ์จัดการชำระหนี้ และจำหน่ายทรัพย์สินของสหกรณ์นั้นให้เสร็จไป' และมาตรา 94 บัญญัติว่า 'ผู้ชำระบัญชีมีอำนาจดังต่อไปนี้...ฯลฯ (4) ดำเนินการทั้งปวงเกี่ยวกับคดีแพ่งหรือคดีอาญาและประนีประนอมยอมความในเรื่องใดๆ ในนามของสหกรณ์' ดังนี้ เห็นว่า แม้ร้านสหกรณ์โรงงานกระดาษบางปะอินจำกัด

จำเลยที่ 1 จะได้เลิกกิจการไปแล้วก็ตาม แต่ตามกฎหมายให้ถือว่ายังคงดำรงอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชีของจำเลยที่ 3 ผู้ชำระบัญชีที่จะกระทำการชำระสะสางกิจการจัดการชำระหนี้และจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 รวมทั้งดำเนินการทั้งปวงเกี่ยวกับคดีนี้ให้เสร็จไปในนามของจำเลยที่1 และเมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ค้างชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสี่ตามฟ้อง จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ชำระบัญชีจึงมีหน้าที่จัดการชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสี่ในนามของจำเลยที่ 1 ให้เสร็จสิ้นไปดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ชำระบัญชีชำระหนี้ดังกล่าวจึงหาใช่เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52 ดังจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ชำระบัญชีร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ทั้งสี่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2355/2531

เงินบำเหน็จเป็นผลประโยชน์นอกเหนือไปจากค่าชดเชย ซึ่งกฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายเมื่อเลิกจ้าง นายจ้างจึงย่อมมีสิทธิที่จะกำหนดวิธีการจ่ายเงินบำเหน็จได้ตามที่เห็นสมควร ดังนั้น ข้อบังคับของนายจ้างที่ให้หักค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2825/2525

คณะกรรมการองค์การโทรศัพท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงผู้วางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปขององค์การโทรศัพท์ฯจึงไม่มีฐานะเป็นนายจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้