คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยเป็นผู้คุมใหญ่เรือนจำได้รับมอบหมายใบสำคัญจาก ส.พัสดีเรือนจำ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยให้ไปเก็บเงินค่าจ้างซ่อมเก้าอี้เป็นเงิน ๙ บาทจากผู้ว่าจ้าง จำเลยได้เงินมาแล้วยักยอกเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดตามมาตรา ๑๓๑ เพราะจำเลยทำในฐานะรับใช้จากพัสดีจึงควรมีผิดฐานยักยอกตาม ม.๓๑๔ ซึ่งเป็นความผิดส่วนตัว โจทก์จะฟ้องจำเลยโดยไม่มีผู้ใดร้องทุกข์ไม่ได้ พิพากษาให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า งานของเรือนจำที่ ส. มอบหมายให้จำเลยทำนี้ ไม่เป็นการเกินขอบเขตต์ จึงต้องถือว่าจำเลยผู้รับมอบหมายมีหน้าที่ในงานนั้นด้วย เมื่อจำเลยยักยอกเอาเงินซึ่งอยู่ในหน้าที่ไปเป็นประโยชน์ตนเสียต้องมีผิดตามม.๓๑๙ ข้อ ๓ แลไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยถึงปัญหาข้ออื่นต่อไป เพราะความผิดของจำเลยมิใช่เป็นความผิดส่วนตัว อัยยการมีอำนาจฟ้องจำเลยได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้จำคุกจำเลย ๖ เดือน ตามมาตรา ๓๑๙ ข้อ ๓