Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยิงผู้เสียหายด้วยปืนพกสั้น 1 นัดในระยะ 3 วา กระสุนถูกที่บริเวณตะโพกขวาเป็นบาดแผล 2 แห่ง ลักษณะเป็นแผลตื้นแค่ผิวหนังแผลที่ 1 เป็นแผลกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8 เซนติเมตร มีลักษณะบวมรอบ ๆ แผลที่ 2 เป็นวงกลมรี เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8 เซนติเมตร ยาว 1.5 เซนติเมตร รักษาประมาณ 10 วันหาย ปืนของกลางยึดมาไม่ได้คงได้หลักฐานเพียงว่าปืนที่ใช้ยิงเป็นปืนพกสั้น ลักษณะบาดแผลปรากฏว่ากระสุนแล่นเข้าตรง ๆ แต่ไม่ทะลุเข้าไปถึงในเนื้อมีแต่ลักษณะช้ำบวมที่ผิวหนัง ซึ่งหากเป็นปืนที่สามารถทำให้ผู้ถูกยิงถึงตายแล้ว ระยะที่ยิงห่างกันเพียง 3 วา กระสุนก็น่าจะทะลุเข้าถึงในเนื้อโดยมิต้องสงสัย กรณีเช่นนี้ต้องถือเป็นการกระทำที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยที่ใช้ในการกระทำผิด จำเลยกระทำโดยเจตนาฆ่าจึงคงมีความผิดตามมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 81

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงนายปัน จันทร์หน่อแก้ว ๑ นัด โดยเจตนาฆ่า แต่การกระทำไม่บรรลุผลสมเจตนา โดยกระสุนปืนถูกนายปันที่บริเวณตะโพกขวาอันเป็นที่ไม่สำคัญ เนื่องจากฝีมือการยิงของจำเลยไม่แม่นยำพอ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ ให้จำคุกจำเลย ๑๐ ปี ของกลางริบ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า กรณีปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๑ เพราะการกระทำไม่สามารถบรรลุผลอย่างแน่แท้ พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๑ ให้จำคุก ๒ ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยขั้นพยายาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงผู้เสียหายในระยะ ๓ วา ถูกที่บริเวณตะโพกขวา เป็นบาดแผล ๒ แห่ง ลักษณะบาดแผลเป็นแผลตื้นแค่ผิวหนังแผลที่หนึ่งเป็นแผลกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๘ เซนติเมตร มีลักษณะบวมรอบ ๆ แผลที่สองเป็นวงกลมรีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๘ เซนติเมตร ยาว ๑.๕ เซนติเมตร รักษาประมาณ ๑๐ วันหาย ของกลางยึดได้แต่หมอนกระสุนปืน ๒ ชิ้น และเม็ดกระสุนปืน ๔ เม็ด

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามปกติถือว่าปืนเป็นอาวุธที่ร้ายแรงอาจถึงตายแต่คดีนี้จับปืนของกลางไม่ได้ คงยึดได้แต่หมอนกระสุนและเม็ดกระสุนปืนจึงไม่สามารถทราบได้ว่าปืนที่จำเลยใช้ยิงจะมีความร้ายแรงเพียงไรคงอาศัยพยานหลักฐานในสำนวนเป็นเครื่องประกอบวินิจฉัย ซึ่งได้ความแต่เพียงว่าปืนที่จำเลยใช้ยิงเป็นอาวุธปืนพกสั้น จะเป็นปืนที่ทำขึ้นเองหรือทำมาจากที่ใดไม่ปรากฏลักษณะของบาดแผลปรากฏว่ากระสุนเข้าตรง ๆ มิใช่เฉี่ยวหรือแฉลบไปแต่อย่างใดและกระสุนก็ไม่ทะลุเข้าไปถึงในเนื้อเลย มีแต่ช้ำบวมที่ผิวหนังรักษาประมาณ ๑๐ วันหายเท่านั้นผู้เสียหายจึงได้รับอันตรายแก่กายเพียงเล็กน้อย ย่อมแสดงว่าอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่อาจทำให้ผู้ถูกยิงถึงตายได้

แม้จะถูกอวัยวะอื่นที่สำคัญของร่างกายถ้าหากเป็นปืนที่สามารถทำให้ผูกถูกยิงถึงตายได้แล้วอย่างน้อยก็น่าจะทะลุเข้าไปในเนื้อด้วยโดยไม่ต้องสงสัย เพราะระยะที่ยิงมาห่างเพียง ๓ วาเท่านั้น กรณีนี้ต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๑ โดยถือว่าจำเลยมุ่งประสงค์ต่อผล ซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แต่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำผิดตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๗/๒๕๑๐ หาใช่มาตรา ๘๐ ดังที่โจทก์ฎีกาไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุทัย ศุภนิตย์ · จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงราย - นายอรุณ บุญศรี
ศาลอุทธรณ์ - นายคมกริช นุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้