Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องอ้างว่าหนี้ระงับแล้ว ขอให้บังคับจำเลย ส่งคืนเช็คสองฉบับให้โจทก์ตามสัญญา มิใช่เป็นการฟ้องเรียกร้องกระดาษเช็คในฐานะที่เป็นทรัพย์สินที่มีราคามาเป็นของโจทก์ เพราะ โจทก์หาได้ประสงค์จะถือเอาประโยชน์จากเช็คอันมีมูลค่าฉบับละ 25 สตางค์ นั้นไม่ และหาใช่หนี้ตามเช็คจะระงับต่อเมื่อโจทก์ได้รับเช็คพิพาทคืนมาไม่ แต่เป็นคำฟ้องที่อ้างว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้แล้ว ดังนี้ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ อยู่ในอำนาจศาลจังหวัดพิจารณาพิพากษา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 353 ป.พ.พ. มาตรา 917 ป.พ.พ. มาตรา 989 ป.วิ.พ. มาตรา 149 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 22

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ออกเช็คสองฉบับมอบให้จำเลยยึดถือไว้เป็นการประกันเงินกู้ที่นางฟองแก้ว สุวรรณโรจน์ กู้เงินห้างจำเลยที่ 1 ไป ต่อมานางฟองแก้ว สุวรรณโรจน์ ได้ชำระเงินกู้ให้จำเลยแล้ว จำเลยไม่คืนเช็คให้จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนเช็คทั้งสองฉบับให้โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ออกเช็คฉบับหนึ่งชำระค่าเช่าซื้อทองคำ จำเลยนำเช็คไปขอรับเงินจากธนาคาร แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ต่อมาโจทก์ชำระเงินสดให้แล้ว จำเลยจึงไม่มีเช็คฉบับนั้นในครอบครอง ส่วนเช็คอีกฉบับหนึ่ง โจทก์ออกชำระหนี้ให้แก่นางอุไรรัตน์ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะโจทก์อายัดไว้ นางอุไรรัตน์ได้ฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาอยู่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องวันชี้สองสถานคู่ความแถลงร่วมกันว่ากระดาษเช็คที่ธนาคารจ่ายให้ลูกค้ามีราคาแผ่นละ 25 สตางค์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว มีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย และวินิจฉัยว่าคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องขอให้จำเลยคืนเช็ค ทรัพย์ที่โจทก์เรียกคืน คือกระดาษเช็คทั้งสองฉบับมีราคาเพียง 50 สตางค์คดีตกอยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 22(4) พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900,914 ประกออบด้วยมาตรา 989 บัญญัติไว้ความว่า ผู้สั่งจ่ายจะต้องใช้เงินแก่ผู้ทรง เช็คทั้งสองฉบับจึงมีค่าในตัวเองเท่าจำนวนเงินที่สั่งจ่ายแต่ละฉบับซึ่งโจทก์เป็นผู้ลงชื่อสั่งจ่ายต้องรับผิด โจทก์ฟ้องเรียกคืนเช็คทั้งสองฉบับ ซึ่งโจทก์เป็นผู้ลงชื่อสั่งจ่ายต้องรับผิด

โจทก์ฟ้องเรียกคืนเช็คทั้งสองฉบับ ถ้าหากศาลพิพากษาบังคับคดี จะเป็นผลให้โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คทั้งสองฉบับ ความรับผิดของโจทก์ต่อเช็คทั้งสองฉบับเป็นอันระงับไปตามมาตรา 353 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คดีจึงมีทุนทรัพย์เท่าจำนวนเงินที่ระบุในเช็คทั้งสองฉบับรวมเป็นเงิน 27,000 บาท เป็นคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษา ศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยจนสิ้นกระแสความแล้ว พิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องอ้างว่าหนี้ระงับแล้ว ขอให้บังคับจำเลยส่งคืนเช็คสองฉบับให้โจทก์ตามสัญญา มิใช่เป็นการฟ้องเรียกกระดาษเช็คในฐานะเป็นทรัพย์สินที่มีราคาฉบับละ 25 สตางค์ มาเป็นของโจทก์ เพราะโจทก์หาได้ประสงค์จะถือเอาประโยชน์จากเช็คอันมีมูลค่าฉบับละ 25 สตางค์นั้นไม่ ดังนี้ จึงถือไม่ได้ว่าคดีมีทุนทรัพย์ 50 สตางค์ ดังคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าถ้าศาลบังคับตามคำขอของโจทก์ ย่อมทำให้ความรับผิดของโจทก์ตามจำนวนเงินในเช็คระงับไปนั้น ก็เห็นว่าตามฟ้องโจทก์อ้างว่านางฟองแก้ว สุวรรณโรจน์ ชำระหนี้เงินกู้แล้ว เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้แล้ว หาใช่หนี้ตามเช็คจะระงับต่อเมื่อโจทก์ได้รับเช็คพิพาทคืนมาไม่ ทั้งตามคำให้การจำเลยก็มิได้อ้างว่ายังมีมูลหนี้ตามเช็คที่โจทก์จะต้องรับผิดต่อตนแต่อย่างใด ศาลฎีกาจึงเห็นว่าคดีตามฟ้องไม่มีทุนทรัพย์เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดที่จะพิจารณาพิพากษา ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลแห่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพียร ศรีอรุณ · สอน ไชยสุต · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5477/2550

ความรับผิดของจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คเกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนั้น สถานที่ที่เช็คพิพาทถูกปฏิเสธการจ่ายเงินย่อมเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดด้วย เมื่อธนาคารตามเช็คที่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงินต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4975/2533

เช็คที่จำเลยที่ 4 สั่งจ่ายระบุชื่อ จ่ายให้แก่บริษัทจำเลยที่ 1โดยขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" ออก และขีดคร่อมระบุไว้กลางเส้นขนานที่ขีดคร่อมว่า "เฉพาะ" คำว่า "เฉพาะ" ยังถือไม่ได้ว่าเป็นคำอื่นอันได้ความทำนอง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2533

เช็คที่ขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" ออก และด้านหน้าบนซ้ายของเช็คมีตราประทับเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า "เอ/ซี เปยี่ โอนลี่" (A/C PAYER ONLY) เป็นเช็คเปลี่ยนมือไม่ได้ ผู้รับเงินจะต้องนำเข้าบัญชีของตน หากจะโอนให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3329/2531

เช็คพิพาทเป็นเช็คระบุชื่อ ด. เป็นผู้รับเงินและขีดฆ่าคำว่าผู้ถือออกกับขีดคร่อมและมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า ACPAYEEONLY ซึ่งแปลว่า เฉพาะบัญชีผู้รับเงินเท่านั้นจึงแสดงว่าเช็คพิพาทเปลี่ยนมือไม่ได้ ดังนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1463/2506

บริษัทจำเลยมี ง.กับล.เป็นกรรมการอำนวยการย. เป็นรองผู้จัดการและเหรัญญิก ง. ติดต่อขอยืมเงินจากโจทก์โดยอ้างว่าบริษัทจำเลยต้องการเงิน โจทก์นำเงินที่จะให้ยืมมาพบกับ ง. ที่สำนักงานบริษัทจำเลย และขอให้ ง.ออก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้