Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2481

พ.ศ. 2481 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ชายหญิงทำพิธีแต่งงานกันแล้ว แต่หญิงไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรสดังนี้ ไม่ถือว่าชายหญิงนั้นได้ทำการสมรสถูกต้องตามกฎหมายแล้วและในกรณีเช่นนี้ชายเรียกทองหมั้นและสินสอดคืนได้ การที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ยินยอมจดทะเบียนสมรสไม่เป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งร้องขอให้ศาลบังคับให้ไปจดทะเบียนสมรสได้ แม้ว่าจะได้ทำพิธีแต่งงานกันแล้วกันแล้วก็ตาม

เนื้อความคำพิพากษา

ได้ความว่าโจทก์ได้ให้ทองหมั้นแก่จำเลยที่ ๑ หนัก ๘ บาท ราคา ๓๐๔ บาท กับให้เงินสินสอด ๔๘๐ บาท แก่จำเลยที่ ๒-๓ ซึ่งเป็นบิดามารดาจำเลยที่ ๑ เมื่อโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ทำพิธีสมรสกันแล้ว โจทก์ให้จำเลยไปจดทะเบียนสมรสต่อเจ้าพนักงานจำเลยก็หาไปไม่ โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยไปจัดการจดทะเบียนสมรสหรือให้คืนทองหมั้นและสินสอด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำเลยคืนทองหมั้นและสินสอดแก่โจทก์ ศาลฎีกาตัดสินว่าเพื่อจะให้การสมรสสมบูรณ์จะต้องไปจดทะเบียนตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๔๔๙ การที่โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ทำพิธีสมรสและอยู่กินด้วยกันมาก็เป็นผัวเมียกันตามพฤตตินัยเท่านั้น ไม่มีผลสมบูรณ์ตามนิตินัย ตราบเท่าที่ยังมิได้จดทะเบียนกันยังถือไม่ได้ว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ทำการสมรสกันตามกฎหมายแล้ว

เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ยอมไปจดทะเบียนก็เท่ากับไม่ยอมสมรสกับโจทก์ เพราะฉะนั้นทองหมั้นและเงินสินสอดก็เป็นส่วนที่โจทก์จะเรียกคืนได้ตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๔๓๖ วรรค ๒-๓ ส่วนข้อที่ศาลล่างไม่ยอมบังคับการจดทะเบียนให้นั้นก็ชอบแล้ว ตาม ม.๑๔๓๗ วรรค ๑ การหมั้นไม่เป็นเหตุที่จะร้องขอให้ศาลบังคับให้สมรสได้และการที่โจทก์ขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ ๑ ไปจดทะเบียนสมรสก็เท่ากับให้สมรสนั่นเอง และการที่ศาลล่างวินิจฉัยว่าการไม่จดทะเบียนสมรสไม่เป็นผัวเมียตามกฎหมายก็ไม่เป็นการเกินคำขอ เพราะเป็นเหตุแห่งข้อวินิจฉัยถึงผลที่จำเลยต้องคืนทองหมั้นและสินสอดให้โจทก์

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตาม

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พลางกูร · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - หลวงสุนทรนุ+กิจ
ศาลอุทธรณ์ - พระนิติธรรมวินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้