Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ภริยานำเอาที่นาสินบริคณห์ไปให้จำเลยเช่า โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นสามีสัญญาเช่านั้นย่อมตกเป็นโมฆียะ แม้สัญญาเช่าเป็นโมฆียะ แต่เมื่อโจทก์ยังมิได้บอกล้าง สัญญาเช่านั้นก็คงยังสมบูรณ์ การที่จำเลยเข้าทำนาโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ ย่อมไม่เป็นละเมิด โจทก์จะฟ้องขับไล่หาว่าจำเลยบุกรุกและเรียกค่าเสียหาได้ไม่ ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า การที่โจทก์ฟ้องจำเลยจะถือว่าเป็นการบอกล้างโมฆียะกรรมโดยพฤตินัยได้หรือไม่ ไม่ใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปไถหว่านข้าวเปลือกในที่ดินซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครอง โจทก์ห้ามจำเลยก็ไม่เชื่อ ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ขับไล่จำเลยและบริวารและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยต่อสู้ ที่พิพาทเป็นของคนอื่น จำเลยเข้าทำนาโดยอาศัยสิทธิการเช่าจากผู้มีสิทธิให้เช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นายฉลวยยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องสอด จำเลยเช่านาที่พิพาทนายเศวตโดยผู้ร้องสอดอนุญาต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์จำเลยไม่คัดค้านการร้องสอด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาในคดีได้ โจทก์จำเลยตกลงกันว่า ค่าเสียหายในการทำนาพิพาทปีละ ๕,๐๐๐ บาท ผู้ร้องสอดและจำเลยแถลงว่า ที่พิพาทเป็นของผู้ร้องสอดเป็นสินเดิม โจทก์ว่าเป็นของโจทก์ ผู้ร้องสอดกับโจทก์รับกันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์และผู้ร้องสอดเป็นสามีภริยากัน แม้จะฟังว่าที่พิพาทเป็นสินเดิมของผู้ร้องสอดก็เป็นสินคณห์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๖๒ สามีมีอำนาจจัดการ สินบริคณห์ตามมาตรา ๑๔๖๘ การที่จำเลยเช่าที่พิพาทจากผู้ที่ไม่มีอำนาจให้เช่า จำเลยต้องรับผลเสียหายเอาเอง พิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท และให้ใช้ค่าเสียหาย ๕,๐๐๐ บาท จำเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า นาที่พิพาทเป็นสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับผู้ร้องสอด จำเลยเช่านาพิพาทจากนายเศวต กล้ากลางสมร โดยได้รับอนุญาตจากผู้ร้องสอด โดยโจทก์ผู้เป็นสามีผู้ร้องสอดมิได้รู้เห็นยินยอมด้วย และโจทก์ยังมิได้บอกล้างสัญญาเช่านั้น ปัญหามีว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่ และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้ร้องสอดซึ่งเป็นภริยาโจทก์นำเอานาพิพาทอันเป็นสินบริคณห์ไปให้จำเลยเช่าทำ โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นสามี สัญญาเช่าดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘ เมื่อโจทก์ยังมิได้บอกล้าง สัญญาเช่านาพิพาทก็คงยังสมบูรณ์ โจทก์จึงฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุกและเรียกค่าเสียหายไม่ได้ เพราะจำเลยเข้าทำนาพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ ไม่เป็นละเมิด

ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เพิ่งทราบว่าจำเลยเช่าจากผู้ร้องสอด เมื่อผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม โจทก์จึงถือว่าการฟ้องจำเลยเป็นการบอกล้างสัญญาโดยพฤตินัยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นกรณีที่โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น จึงไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ม.ร.ว.ทองเพิ่ม ทองแถม · ประกอบ หุตะสิงห์ · อาจิต ไชยาคำ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ สุนทรนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้