Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เช่าตึกแถว มีข้อสัญญาว่าผู้เช่าจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่เช่าไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนี้ ผู้เช่าต่อเติมแก้ไขตึกเช่าโดยผู้ให้เช่ายอม ไม่ได้อนุญาตเป็นหนังสือ ผู้ให้เช่าอ้างว่าผู้เช่าผิดสัญญาไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่ผิดสัญญาเช่า โดยโจทก์สละข้อห้ามในสัญญาที่ไม่ให้ต่อเติมห้องเช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว พิพากษายกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่พิเคราะห์พยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่าหากจำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาทโดยพลการ จำเลยก็น่าจะต่อเติมดัดแปลงเฉพาะตึกแถวพิพาท 6 คูหาที่จำเลยเช่า ไม่น่าจะยอมเสียเงินต่อเติมและทาสีตึกแถวคูหาที่โจทก์ให้นางสุดจิตรอาศัยอยู่ด้วย และโจทก์กับนางสุดจิตรก็น่าจะขัดขวางไม่ให้จำเลยต่อเติมและทาสีตึกแถวคูหาที่โจทก์ให้นางสุดจิตรอาศัยอยู่ แต่โจทก์และนางสุดจิตรหาได้ขัดขวางไม่ คงปล่อยให้จำเลยต่อเติมและทาสีตึกแถวคูหาที่โจทก์ให้นางสุดจิตรอาศัยอยู่จนเสร็จ ที่นางสุดจิตรไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางซื้อว่าจำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาทนั้น นอกจากจำเลยจะนำสืบว่าที่นางสุดจิตรไปแจ้งความก็เพื่อประสงค์จะเอาเงิน 20,000 บาทที่จำเลยตกลงให้โจทก์เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่โจทก์ยินยอมให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาท แต่จำเลยยังไม่ชำระให้โจทก์แล้ว

ร้อยตำรวจโทอมเรศฤทธิ์พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับแจ้งความจากนางสุดจิตรยังเบิกความว่าที่ผู้แจ้งมาแจ้งความผู้แจ้งต้องการจะเอาค่าเสียหายจากจำเลยเท่าไรจำไม่ได้และจะตกลงกันไว้อย่างไรไม่ทราบ อันเป็นการเจือสมข้อนำสืบของจำเลยและฟังได้ว่าที่นางสุดจิตรไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อนั้นมิใช่ประสงค์จะให้ทางสถานีตำรวจห้ามไม่ให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาท แต่เพื่อต้องการให้ทางสถานีตำรวจเรียกตัวจำเลยมาเพื่อให้จำเลยใช้เงิน 20,000 บาท ตามที่ตกลงกันไว้ให้โจทก์ เชื่อว่าโจทก์อนุญาตหรือยินยอมด้วยวาจาให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาททั้ง 6 คูหา และจำเลยตกลงต่อเติมและทาสีตึกแถวคูหาที่โจทก์ให้นางสุดจิตรอาศัยอยู่กับตกลงจะให้เงิน 20,000 บาทแก่โจทก์เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่โจทก์อนุญาตหรือยินยอมให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาททั้ง 6 คูหาเพื่อประโยชน์แก่การประกอบกิจการค้าของจำเลย

แม้สัญญาจะระบุว่าผู้เช่าจะเปลี่ยนแปลง ทำลาย แก้ไขเพิ่มเติมสถานที่เช่าไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม แต่ก็ไม่หมายความว่าผู้ให้เช่าจะไม่อาจอนุญาตหรือยินยอมให้ผู้เช่าเปลี่ยนแปลง ทำลาย แก้ไขเพิ่มเติมสถานที่เช่าด้วยวาจาได้เลย การที่โจทก์อนุญาตหรือยินยอมด้วยวาจาให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาท ย่อมถือได้ว่าโจทก์สละข้อห้ามในสัญญานั้นแล้ว การที่จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาทจึงไม่ผิดสัญญาเพราะโจทก์อนุญาตหรือยินยอมให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้