Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13789/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.พ.พ. มาตรา 429 บัญญัติให้บิดามารดาต้องร่วมรับผิดในผลที่ผู้เยาว์กระทำละเมิดต่อบุคคลอื่น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น ตามคำให้การ จำเลยที่ 2 และที่ 3 หาได้ยกความข้อนี้ขึ้นต่อสู้โจทก์ทั้งสองให้ชัดแจ้ง คงให้การเพียงว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวพันกับการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ใช่ความหมายอย่างเดียวกันกับการใช้ความระมัดระวังตามควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น คำให้การของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ชัดแจ้ง ย่อมไม่มีประเด็นที่จะนำสืบพิสูจน์ให้พ้นความรับผิดตามกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 145,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และ 150,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 145,000 บาท และ 150,000 บาท ตามลำดับ นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 141,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวและร่วมกันชำระเงิน 150,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 พฤศจิกายน 2550) จนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยกำหนดค่าทนายความรวม 5,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า คำให้การของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้ปฏิเสธโดยชัดแจ้งว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแล จึงเป็นคำให้การที่ไม่ชอบ ไม่มีประเด็นที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะนำสืบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นบิดามารดาผู้ใช้อำนาจปกครองจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 ที่บัญญัติให้บิดามารดาต้องร่วมรับผิดในผลที่ผู้เยาว์ทำละเมิดต่อบุคคลอื่น

เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น แต่ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาได้ยกความข้อนี้ขึ้นต่อสู้โจทก์ทั้งสองให้ชัดแจ้ง คงให้การเพียงว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวพันกับการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ใช่ความหมายอย่างเดียวกันกับการใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น คำให้การของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ชัดแจ้ง ย่อมไม่มีประเด็นที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะนำสืบพิสูจน์ให้พ้นความรับผิดตามกฎหมาย ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำสืบว่า ก่อนเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ทราบว่าจำเลยที่ 1 ไปพักอาศัยกับผู้ตาย จำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็พยายามติดต่อเพื่อนำตัวจำเลยที่ 1 กลับบ้านและขอร้องผู้ตายให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 ก็หลบหนีไปหาผู้ตายอีกจนเกิดเหตุขึ้นนั้น เป็นการนำสืบนอกเหนือจากคำให้การ

ไม่อาจรับฟังได้ แม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยกขึ้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 6 รับวินิจฉัยให้ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นเป็นการไม่ชอบ ส่วนที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 แก้ฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองมีหน้าที่ต้องนำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำละเมิดอย่างไร เมื่อโจทก์ทั้งสองไม่นำสืบจึงรับฟังไม่ได้นั้น ในข้อนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 กำหนดให้เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาต้องนำสืบพิสูจน์ว่าตนไม่ต้องรับผิดเพราะเหตุใด หาใช่เป็นหน้าที่นำสืบของโจทก์ทั้งสองไม่ เมื่อโจทก์ทั้งสองนำสืบไว้แล้วว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้กล่าวอ้างถึงความไม่ต้องรับผิดของตนมาในคำให้การ

จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดได้ ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดนั้นด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีการะหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พฤษภา พนมยันตร์ · อาวุธ ปั้นปรีชา · อธิป จิตต์สำเริง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายณพล มีนาภา
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายทรงพล สงวนพงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2852/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2022/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ805/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้