คำฟ้องและคำให้การ
เรื่อง เรียกทรัพย์
โจทก์ฟ้องว่าวัดน้อยแสงจันทร์มีทรัพย์สมบัติหลายอย่างเป้ฯของสงฆ์ตามบัญชีหมาย ก. ท้ายฟ้องจำเลยทั้งสี่ได้เอาทรัพย์ทั้งหมดตามบัญชีดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่มีอำนาจ โจทก์ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการวัดจากพระภิกษุรักษ์ให้เป็นผู้แทนเจ้าอาวาสวัดนี้ ขอบังคับให้จำเลยคืนทรัพย์ดังกล่าว ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา จำเลยต่อสู้ว่า ๑. ฟ้องเคลือบคลุม ๒. โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ๓. ทรัพย์บางอย่างเป็นของส่วนตัวพระครูพูล เจ้าอาวาสองค์เก่าได้ทำพินัยกรรมมอบให้จำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ๔. ทรัพย์ที่ฟ้องบางอย่างไม่มี ศาลชั้นต้นฟังว่าพินัยกรรมทำถูกต้องตามกฏหมาย พิพากษาให้จำเลยคืนทรัพย์บางอย่างที่เป็นของวัดให้โจทก์ ส่วนทรัพย์ที่มิใช่ของพระครูพูล พินัยกรรมไม่มีผลบังคับ โจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้รายการทรัพย์บางรายการที่ให้คืนโจทก์ บางรายการให้คืนจำเลย โจทก์ จำเลยฏีกา ศาลฏีกาเห็นว่า วัดน้อยแสงจันทร์เป็นนิติบุคคลตามกฏหมาย และพระภิกษุรักษ์ในฐานะเจ้าอาวาสมีสิทธิฟ้องคดีในนามของวัดได้ตามพ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ พระภิกษุรักษ์จึงมีอำนาจมอบให้นายแม้น จันทร์ไทยเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนตนได้ ตาม ป.วิ. แพ่ง มาตรา ๖๐ เกี่ยวกับพินัยกรรม ศาลฏีกาเห็นว่า พยานลงชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม ต่อมาภายหลัง ๓ วันผู้ทำพินัยกรรมจึงได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือของตนในพินัยกรรมต่อหน้าพยานชุดเดิมนั้นเอง เป็นพินัยกรรมที่ถูกต้องเข้าเกณฑ์ครบถ้วนตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๖๕๒ เกี่ยวกับอายุความ ศาลฏีกาเห็นว่า โจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของพระภิกษุพูล แต่โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ที่โจทก์ว่าเป็นของวัดน้อยฯ ซึ่งแต่แรกตกอยู่ที่พระภิกษุพูลซึ่งมรณภาพไปแล้ว และอ้างว่าบัดนี้จำเลยยึดถือไว้โดยไม่มีอำนาจ คดีจึงไม่มีปัญหาเรื่องขาดอายุความมรดก ศาลฏีกาฟังข้อเท็จจริงแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยคืนทรัพย์บางอย่างที่เป็นของวัดน้อยฯ ให้แก่โจทก์ บางอย่างที่เป็นของพระภิกษุพูลนั้น จำเลยไม่ต้องคืนโจทก์ และบางอย่างก็เป็นของนางทองคำคนนอกคดี เป็นเรื่องที่จำเลยกับนางทองคำจะจัดการกันเอง.