Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1390/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การทำงานนอกเวลาทำงานปกติถือว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การที่นายจ้างทำสัญญางดเว้นไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ลูกจ้างจึงมีสิทธิได้ค่าล่วงเวลา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ป.พ.พ. มาตรา 150 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 3 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 11 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 34

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ครั้งสุดท้ายทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถ ได้รับค่าจ้างเดือนละ 7,325 บาท ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยจำเลยให้โจทก์ทำงานล่วงเวลาแต่ไม่ยอมจ่ายค่าล่วงเวลา ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาจำนวน 37,814.28 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 1กุมภาพันธ์ 2535 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ จ่ายค่าชดเชยจำนวน43,950 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 7,325 บาทเงินบำเหน็จจำนวน 43,950 บาท ค่าเสียหายจำนวน 439,500 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1กุมภาพันธ์ 2535 ไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า

ระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย โจทก์ได้ประพฤติฝ่าฝืนระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยการทำงานของจำเลยเป็นประจำซึ่งจำเลยเคยลงโทษโจทก์ด้วยการทำทัณฑ์บนและมีหนังสือเตือนหลายครั้งหลังจากลงโทษ โจทก์ไม่ได้ปรับตัวให้ดีขึ้น แต่กลับประพฤติตนฝ่าฝืนระเบียบและข้อบังคับของจำเลยหนักขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาประมาณปลายเดือนมกราคม 2535 โจทก์ได้กระทำผิดต่อระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง วันที่ 30 มกราคม 2535 จำเลยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนตามระเบียบของจำเลยและโจทก์ยอมรับว่าได้กระทำผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยจริง การกระทำของโจทก์เป็นการผิดระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรงจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์

จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหาย ตลอดจนเงินบำเหน็จแก่โจทก์สำหรับค่าล่วงเวลา โจทก์ได้ตกลงกับจำเลยไว้ตั้งแต่วันแรกที่โจทก์เข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยแล้วว่า ช่วงเวลาที่โจทก์ขับรถรับผู้จัดการจากบ้านมาทำงานและขับรถรับผู้จัดการจากที่ทำงานกลับบ้านไม่ถือว่าเป็นเวลาทำงาน และให้ถือเป็นเวลาการเดินทางมาทำงานและเดินทางกลับบ้านตามปกติของโจทก์ ส่วนการที่โจทก์ได้ทำงานไปนอกเหนือจากการขับรถรับส่งผู้จัดการ โจทก์ได้เบิกและรับค่าล่วงเวลาไปถูกต้องทุกครั้ง จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยครั้งสุดท้ายทำหน้าที่พนักงานขับรถได้รับค่าจ้างเดือนละ 7,325 บาทเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2535 โจทก์มีอาการมึนเมาสุราจนไม่สามารถขับรถไปส่งผู้บังคับบัญชากลับบ้านได้ตามหน้าที่ เป็นการฝ่าฝืนระเบียบและข้อบังคับของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง

จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวและค่าเสียหาย โจทก์และจำเลยตกลงกันตามเอกสารหมาย ล.15 ว่า การขับรถรับส่งผู้จัดการจากบ้านมาที่ทำงานและขับรถส่งผู้จัดการจากที่ทำงานกลับบ้านไม่ถือว่าเป็นเวลาการทำงานถือเป็นการเดินทางมาทำงานและเดินทางกลับบ้านตามปกติของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าล่วงเวลาในช่วงเวลาดังกล่าว และจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มีความผิด โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จตามเอกสารหมาย ล.14 ประกาศเรื่องเงินบำเหน็จของจำเลยพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่า แม้โจทก์จำเลยจะตกลงกันว่าการขับรถรับผู้จัดการจากบ้านมาที่ทำงานและขับรถส่งผู้จัดการจากที่ทำงานกลับบ้าน ไม่ถือเป็นเวลาทำงานและให้ถือว่าเป็นเวลาเดินทางมาทำงานและเดินทางกลับบ้านตามปกติของโจทก์ดังปรากฏตามเอกสารหมาย ล.15 แต่ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงตกเป็นโมฆะ จำเลยต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้โจทก์นั้น ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่า โจทก์เป็นลูกจ้างพนักงานขับรถของจำเลย มีเวลาทำงานตามปกติแน่นอนตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกาถึง17 นาฬิกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ระยะเวลาทำงานที่นอกเวลาปกตินี้ถือว่าเป็นการทำงานล่วงเวลา มีสิทธิได้รับเงินค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การที่นายจ้างทำสัญญางดเว้นไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ โจทก์จึงมีสิทธิได้ค่าล่วงเวลาอุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น แต่โจทก์จะมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาเป็นจำนวนเท่าใดเป็นข้อเท็จจริงซึ่งศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยมา สมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาในประเด็นข้อนี้ใหม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะประเด็นในเรื่องค่าล่วงเวลาและให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาในประเด็นเรื่องดังกล่าวใหม่ตามรูปคดีนอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5630/2538

ค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ และประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าวยังได้กำหนดให้ลูกจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2540

ตามสัญญาจ้างข้อ 1 ระบุว่า โจทก์ตกลงทำงานให้แก่จำเลยและบริษัทในเครือ โดยจะทำงานนอกหรือเกินเวลาทำงานปกติ และข้อ 2 ระบุให้โจทก์รับค่าจ้างเดือนละ 8,160 บาท เป็นการเหมาจ่ายและเงินพิเศษอื่น ๆ(ค่าครองชีพ ค่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2534

โจทก์ทำงานเป็นพนักงานต้อน รับบนขบวนรถไฟดีเซลราง เริ่มเข้าทำงานก่อนที่ขบวนรถจะออก 1 ชั่วโมง และทำงานอยู่บนขบวนรถตลอดทางจนถึงสถานีปลายทาง ส่วนในเที่ยวกลับก็เข้าทำงานในลักษณะเดียวกันการทำงานของโจทก์ตั้งแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2537/2525

จำเลยให้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำทำงานนอกเวลาทำงานตามปกติโดยทำสัญญาว่า การรับจ้างทำงานของโจทก์เป็นการทำงานที่มีลักษณะจ้างเหมา โดยมีค่าจ้างตามอัตราเงินเดือนแต่ไม่มีค่าจ้างทำงานล่วงเวลา ดังนี้ สัญญาดังก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้