Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1391/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์อุทธรณ์ว่า คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นโมฆะ เพราะขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯนั้น เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง โจทก์ก็ยกขึ้นอุทธรณ์ได้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์มิได้ห้ามคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ในอันที่จะมีคำสั่งให้นายจ้างผู้กระทำการอันไม่เป็นธรรมใช้ค่าเสียหายให้ลูกจ้าง ดังนั้น การที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จึงเป็นคำสั่งที่ชอบ และเมื่อคณะกรรมการดังกล่าวมีคำสั่งให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือมิฉะนั้นให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์นั้นจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ โดยจำเลยซึ่งเป็นผู้ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งนั้นอย่างใด หาใช่โจทก์เป็นผู้เลือกไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือมิฉะนั้นให้จำเลยจ่ายเงินค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่รับโจทก์กลับเข้าทำงานตามที่โจทก์ต้องการแต่ยอมจ่ายค่าเสียหายให้ซึ่งโจทก์ไม่ต้องการ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามคำสั่งจำเลยให้การว่า จำเลยมีสิทธิเลือกปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่งได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเลือกให้จำเลยปฏิบัติศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า จำเลยมีสิทธิเลือกปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์อย่างหนึ่งอย่างใดได้ให้ยกฟ้องโจทก์ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างทำความเห็นแย้งว่า

จำเลยจะต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานเพียงอย่างเดียว จะเลือกเอาการใช้ค่าเสียหายไม่ได้ ในการปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์นั้นต้องปฏิบัติตามคำสั่งลำดับแรกก่อน เมื่อทำไม่ได้จึงปฏิบัติตามคำสั่งลำดับต่อไปตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1988/2522โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นโมฆะ เพราะขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518มาตรา 41, 121 นั้น เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง โจทก์ก็ยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 4 ที่โจทก์อ้างว่าคำสั่งดังกล่าวขัดกับมาตรา 41, 121 นั้น เห็นว่าบทบัญญัติที่กล่าวมิได้ห้ามคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ในอันที่จะมีคำสั่งให้นายจ้างผู้กระทำการอันไม่เป็นธรรมใช้ค่าเสียหายให้ลูกจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 121 มิได้กล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ในการวินิจฉัยชี้ขาดและมีคำสั่งในกรณีนี้แต่อย่างใดส่วนมาตรา 41 นอกจากจะมิได้บัญญัติห้ามแล้ว

ยังบัญญัติไว้ในข้อ (4) ให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจและหน้าที่ "วินิจฉัยชี้ขาดคำร้องตามมาตรา 125 และกรณีที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ให้มีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือให้จ่ายค่าเสียหาย หรือให้ผู้ฝ่าฝืนปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตามที่เห็นสมควร" ดังนั้น การที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยมาตรา 41(4) แล้วตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือมิฉะนั้นให้ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ มีความหมายว่าการปฏิบัติตามคำสั่งจะปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แม้จำเลยสามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงานได้

ก็ไม่จำเป็นต้องกระทำ โดยเลือกเอาการใช้ค่าเสียหายแทนได้ คำพิพากษาฎีกาที่ 1988/2522 ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ และตามคำสั่งดังกล่าวก็มีความหมายว่า ให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ต้องปฏิบัติตามเป็นผู้มีสิทธิเลือกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งอย่างใด หาใช่ให้โจทก์เป็นผู้เลือกไม่ โจทก์ไม่มีอำนาจบังคับให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธาดา วัชรานันท์ · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3844/2528

จำเลยเป็นบริษัทในต่างประเทศ สายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพเป็นกิจการของจำเลยจึงเป็นสาขาของจำเลยเมื่อสาขาดังกล่าวมี สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตศาลชั้นต้นและได้ร่วมกระทำการ ในการขนส่งสินค้ารายพิพาท จึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2766/2528

บริษัทนอกจากมีสำนักงานแห่งใหญ่แล้ว ย่อมจะมีสาขาสำนักงานอื่นอีกได้สาขาสำนักงานแห่งใดก็คือส่วนหนึ่งของบริษัทนั่นเอง สำนักงานแห่งใหญ่และสาขาสำนักงานมีฐานะตามกฎหมายเป็นนิติบุคคลเดียวกันแต่ภูมิลำเนาอาจมีได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3119/2568

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ ด. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของ ด. ผู้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยข้อเท็จจริงฟังเป็นย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2107/2568

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานของจำเลยไม่พอฟังว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายเพื่อป้องกันตัวในชั้นอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์เพียงขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกเท่านั้น มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2568

แม้ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพิพาทไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า ตาม ป.พ.พ. 1304 (1) ซึ่งราษฎรที่เข้ายึดถือครอบครองอยู่ไม่มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้