Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1393/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่บิดาจำเลยไปทำบันทึกไว้ที่อำเภอว่าถ้าที่นาหนองสระพังเป็นที่สาธารณะก็ยอมสละการครอบครองเฉพาะส่วนของตน ต่อมาโจทก์ซึ่งมีส่วนในนาหนองสระพังได้ไปหาหลักฐานมายันจนอำเภอสั่งว่าที่นาหนองสระพังไม่ใช่ที่สาธารณะ เช่นนี้ ถือว่าบิดาจำเลยได้ให้บันทึกโดยมีเงื่อนไข เมื่อที่ไม่เป็นสาธารณะก็ย่อมไม่ผูกพัน เมื่อเจ้าของที่มือเปล่ายกที่ให้ผู้ใด ต้องพิเคราะห์ดูว่าผู้ได้รับยกให้เข้าปกครองตลอดมาหรือไม่ ปรากฏจากหลักฐานพยานเชื่อได้ว่า บิดาจำเลยได้รับยกให้ได้เข้าครอบครองเมื่อได้รับยกให้ตลอดมา และเมื่อบิดาจำเลยตายจำเลยก็เข้าครอบครองที่นั้นตลอดมา เช่นนี้ ย่อมฟังได้ว่าที่พิพาทยังเป็นของจำเลยครอบครอง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมขุนสมบัติฯและนางคำมีสามีภรรยาเป็นเจ้าของนาหนองสระพัง ทั้งสองเป็นบิดามารดานายเฝือกบิดาจำเลยและนางคำตันโจทก์ที่ ๑ ซึ่งมีโจทก์ที่ ๒ เป็นสามี ขุนสมบัติตายมา ๒๒ ปีแล้ว เมื่อมกราคม ๒๔๙๙ นางคำมีได้ยื่นคำร้องต่ออำเภอเมืองสกลนคร ขอยกที่นาหนองสระพังให้นายเผือกและนางคำตันคนละครึ่ง แต่นายมากกับพววกคัดค้านว่าหนองสระพังเป็นที่สาธารณะอำเภอได้สอบสวนเห็นว่าเป็นที่สาธารณะจึงสั่งยกคำร้อง นางคำมีเสีย ต่อมานางคำมีตาย อำเภอเรียกนายเผือก นางคำตันไม่ยอมโดยยืนยันว่าเป็นของบิดามารดาโดยชอบ ต่อมานายเผือกตาย และโจทก์ทั้งสองหาหลักฐานไปยันจนอำเภอเห็นว่านาหนองสระพังไม่ใช่ที่สาธารณะและเป็นของนางคำมีโดยชอบ จึงมีหนังสือบอกให้นางคำตันทราบ

ฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นบุตรนายเฝือกได้ร้องต่ออำเภอขอรับมรดกที่นาหนองสระพังแทนนายเผือกบิดาแต่โจทก์ไม่ยอมจะเอาให้หมดจึงมาฟ้องคดี ตามฟ้องกล่าวว่าเมื่อนางคำมีตายแล้วนาหนองสระฟังตกแก่โจทก์ เพราะนายเผือกสละสิทธิ์ประการหนึ่งและเมื่อนางคำมีตายลงแล้ว โจทก์ได้เข้าครอบครองโดยสงบและเปิดเผย และหาพยานไปให้อำเภอสอบสวนจนปรากฏว่ามิใช่หนองสาธารณะ ครั้นเมื่อสิงหาคม ๒๔๙๗ จำเลยบังอาจเข้าไถและปักดำข้าวในนาหนองสระพัง ดังกล่าว จึงขอให้ศาลสั่งว่านาส่วนพิพาทเป็นของโจทก์และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่า นายเผือกทำหนังสือให้อำเภอนั้นมีเงื่อนไขจะยกให้เมื่อมันเป็นที่สาธารณะ เมื่อไม่เป้นนายเผือกก็มีสิทธิ์ในที่นั้นตามที่นางคำมียกให้ไว้ ซึ่งจำเลยเป็นผู้รับมรดกต่อมาย่อมได้รับ จึงขอให้ยกฟ้อง ศาลขึ้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ เพราะนายเผือกบอกสละสิทธิ์ครอบครองแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า นายเผือกให้โดยมีเงื่อนไข เมื่อที่ไม่เป็นที่สาธารณะ นายเผือกก็ย่อมมีสิทธิ์ตามเดิม โจทก์ เพราะนายเผือกบอกสละสิทธิ์ตามเดิม โจทก์ฏีกา ศาลฏีกาวินิจฉัยว่า ที่นี้เป็นที่มือเปล่า เมื่อนางคำมีเจตนาสละสิทธิ์ยกให้บุตรคือนายเผือกและนางคำตันแล้ว หากนายเผือกและนางคำตันเข้าครอบครองก็ย่อมได้สิทธิ์ในที่นั้น ส่วนการที่นางคำมีไปยื่นคำร้องต่ออำเภอเพื่อขอทำนิติกรรมยกให้ ก็เพื่อให้เป็นหลักฐานตามกฏหมาย ข้อสำคัญต้องพิจารณาว่านายเผือกและนางคำตันได้ครอบครองเพียงใดหรือไม่ สำหรับที่พิพาทพยานจำเลยฟังได้ว่า นายเผือกได้ครอบครองตลอดมา ที่นายเผือกไปให้ถ้อยคำต่ออำเภอ เป็นเพียงบันทึกที่เงื่อนไขว่าถ้าเป็นที่สาธารณะจริงก็ไม่เข้ายึดครอง เมื่อไม่เป้นที่สาธารณะก็ย่อมไม่ผูกพัน ทั้งเมื่อนายเผือกตายลง จำเลยก็เข้าครอบครองที่พิพาทต่อมาจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · นนทปัญญา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดสกลนคร - นายประสาท ส
ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารกิจปรีชา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4622/2550

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) แต่แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เป็นหลักฐานที่รับฟังได้แต่เพียงว่าขณะแจ้งการครอบครองผู้แจ้งอ้างว่าที่ดินเป็นของผู้แจ้ง ที่ดินตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1770/2548

แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1) เป็นหลักฐานอย่างหนึ่งซึ่งแสดงว่าขณะแจ้งการครอบครองที่ดินนั้น ผู้แจ้งอ้างว่าที่ดินเป็นของผู้แจ้งเท่านั้น ส่วนความจริงผู้ใดจะมีสิทธิครอบครองนั้น จะต้องพิจารณาจากพยานหลั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2546

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินพิพาทมีชื่อจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์แต่โจทก์ได้แย่งการครอบครองและเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินพิพาทโดยที่จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 261/2545

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทในฐานะที่โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครอง และไม่ประสงค์ให้จำเลยทั้งสองอยู่ในที่ดินพิพาทอีกต่อไป จำเลยทั้งสองโต้แย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง คำฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 90/2545

หลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่ยังไม่พอฟังว่าผู้เสียภาษีเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินเสมอไป การเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินต้องดูจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏหากผู้เสียภาษีมิได้ครอบครองทำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้