Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1393/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายสินค้ากัน โดยมีข้อกำหนดในสัญญาว่า ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจำเลยผู้ขายมีสิทธิแก้ไขและปรับราคาสินค้าใหม่ได้ข้อตกลงเช่นนี้เห็นได้ว่าเพื่อประโยชน์ของผู้ขาย ในกรณีที่สินค้าราคาสูงขึ้นเพราะการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแม้ตามข้อตกลงดังกล่าวจะมิได้กำหนดให้ถืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของประเทศใดเป็นหลัก แต่ก็ย่อมหมายถึงเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้านี้เท่านั้น เมื่อปรากฏว่ามีเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องอยู่ 2สกุล คือเงินดอลล่าร์ของอเมริกาที่จำเลยใช้ชำระราคาสินค้ากับเงินมาร์คของเยอรมันเจ้าของสินค้าที่ซื้อขายกัน และอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลล่าร์เปลี่ยนแปลงอันมีผลทำให้เงินมาร์คมีราคาสูงขึ้น จำเลยจึงมีสิทธิปรับราคาสินค้าที่ตกลงขายให้โจทก์สูงขึ้นได้ตามข้อกำหนดในสัญญาดังกล่าว แต่เมื่อโจทก์ไม่ยินยอม จำเลยก็ย่อมมีสิทธิที่จะไม่ส่งสินค้าให้โจทก์ และจะว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อกรดฟอสฟอริคจากจำเลย แต่จำเลยผิดสัญญาไม่ส่งมอบสินค้าให้โจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยส่งมอบ หรือชดใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การว่า จำเลยมีสิทธิปรับราคาสินค้าได้ เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเงินมาร์คสูงขึ้น แต่โจทก์ไม่ยอม จำเลยจึงบอกเลิกสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายศาลชั้นต้นพิจารณาให้จำเลยส่งสินค้าตามฟ้องให้โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยนำสืบได้ความว่า เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2516 อเมริกาได้ลดค่าเงินดอลล่าร์ของตนลง 10 เปอร์เซ็นต์ แม้ประเทศไทยจะลดค่าเงินบางตามลงมา อันทำให้ค่าของเงินบาทและดอลล่าร์ยังคงเดิม แต่โดยผลของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินนี้ทำให้เงินมาร์คของเยอรมันมีค่าสูงขึ้นเรื่อย

ๆ ดังปรากฏตามอัตราซื้อขายเงินตราต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ในตลาดกรุงเทพฯ ตามเอกสารหมาย ล.8 เหตุนี้ จึงฟังได้ว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแล้ว สินค้ากรดรายนี้จำเลยสั่งซื้อจากเยอรมัน เมื่อเงินมาร์คซึ่งเป็นเงินตราของเยอรมันมีค่าขึ้นย่อมเป็นธรรมดา สินค้านี้จะต้องมีราคาสูงขึ้น และปรากฏตามสัญญาซื้อขายสินค้านี้ที่โจทก์จำเลยทำไว้ต่อกัน คู่กรณีได้ตกลงกันตามข้อกำหนด และเงื่อนไขในสัญญาข้อ 2 ไว้ว่า ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผู้ขายมีสิทธิแก้ไขและปรับราคาสินค้าใหม่ ข้อตกลงเช่นนี้เห็นได้ว่า เพื่อประโยชน์ของผู้ขายในกรณีที่สินค้าราคาสูงขึ้นเพราะการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผู้ขายมีสิทธิปรับราคาสินค้าใหม่ได้

แม้ตามข้อตกลงดังกล่าวจะมิได้กำหนดให้ถืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของประเทศใดเป็นหลัก แต่ก็ย่อมหมายถึงเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้านี้เท่านั้น เมื่อปรากฏว่ามีเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องอยู่ 2 สกุล คือเงินดอลล่าร์ของอเมริกาที่จำเลยใช้ชำระราคาสินค้า กับเงินมาร์คของเยอรมันเจ้าของสินค้าที่ซื้อขายกัน เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลล่าร์เปลี่ยนแปลง อันมีผลทำให้เงินมาร์คมีราคาสูงขึ้นดังกล่าว จำเลยก็มีสิทธิจะปรับราคาสินค้าที่ตกลงขายให้โจทก์นั้นสูงขึ้นได้ตามที่ได้ตกลงข้อกำหนด และเงื่อนไขไว้ในสัญญาดังกล่าวแล้วนั้น และก็ได้ความว่าจำเลยได้ให้นายย่งเชียงและพนักงานขายสินค้าของจำเลยไปติดต่อกับโจทก์ เพื่อขอปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้นตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาข้อ 2 แล้ว แต่ไม่อาจตกลงกันในเรื่องราคาได้ โดยโจทก์ไม่ยินยอม

จำเลยจึงไม่ส่งสินค้าให้โจทก์ เหตุผลเป็นเช่นนี้ ที่จำเลยไม่ส่งสินค้าให้โจทก์จะถือว่าจำเลยผิดสัญญาไม่ได้ ส่วนในข้อที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมิได้บอกเลิกสัญญานั้น นายสมศักดิ์ เชียรวิจิตร ตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายธุรการทั่วไปของบริษัทจำเลยเบิกความว่า เมื่อโจทก์ไม่ยอมให้ปรับราคาสินค้าใหม่ จำเลยจึงบอกเลิกสัญญากับโจทก์ แต่อย่างไรก็ดีศาลฎีกา เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงจำเลยมีสิทธิที่จะปรับราคาสินค้าใหม่ได้ตามที่ระบุไว้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญา แต่เมื่อโจทก์ไม่ยินยอมให้จำเลยปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้น เพื่อให้สัญญามีผลผูกพันกัน จะได้ปฏิบัติตามสัญญากันต่อไปได้แล้ว จะถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาโดยไม่ส่งสินค้าให้แก่โจทก์ตามราคาในสัญญาหาได้ไม่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม · ขจร หะวานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1836/2528

โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายอาคารพาณิชย์และที่ดินพร้อมกับชำระเงินงวดที่ 1 เมื่อการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ชั้นล่างแล้วเสร็จและกำลังก่อสร้างชั้นที่สอง ซึ่งตามผลงานก่อสร้างดังกล่าวสัญญาได้ระบุไว้ว่าต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4087/2546

ตามหนังสือสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างเอกสารหมาย จ. 6 ข้อ 6 ระบุว่า "ภายในกำหนด 12 เดือน นับแต่วันที่ผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานนี้จากผู้รับจ้างเป็นต้นไป ถ้ามีเหตุชำรุดเสียหายแก่งานจ้างนี้โดยผู้รับจ้างทำไว้ไม่เรี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9223/2544

สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีข้อ 2 กำหนดให้จำเลยต้องชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกวันที่สิ้นสุดของเดือน หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยก็มีข้อกำหนดไว้เป็นการเฉพาะในข้อ 3 ให้โจทก์มีสิทธินำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2540

จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้ทำคำให้การแก้คดียื่นต่อศาลโดยจำเลยที่2หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่1เป็นผู้รับเองเมื่อวันที่31กรกฎาคม2535ซึ่งหมายเรียกดังกล่าวระบุให้จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2538

ในหนังสือสัญญาจะซื้อขายกำหนดว่าโจทก์วางมัดจำไว้เป็นเงิน 500,000 บาท แต่ในวันทำสัญญานั้นมีการวางมัดจำเพียง 150,000 บาท แต่ในวันทำสัญญานั้นมีการวางมัดจำเพียง 150,000 บาท ไม่ครบตามสัญญาเนื่องจากเช็คที่โจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้