Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1393/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ที่จะออกใบกำกับภาษีได้ต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเป็นผู้ขายสินค้า จำเลยรับจ้างบริษัทโรเยลเมทัลอินดัสทรีส์ จำกัด ก่อสร้างโรงงาน จำเลยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการซื้อวัสดุก่อสร้างมาใช้ในกิจการ จำเลยทราบดีว่าบริษัท ส. ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีให้ได้ เมื่อนางอัญชลี พนักงานบัญชีของบริษัทโรเยลเมทัลอินดัสทรีส์ จำกัด ตรวจพบว่ามีบิลเงินสด / ใบกำกับภาษีฉบับหนึ่ง รวมตัวเลขผิดไป 9 บาท จำเลยได้แจ้งให้นางอัญชลี ติดต่อไปยังบริษัทไม้แสงวิวัฒน์ (1988) จำกัด ผู้ออกบิลเงินสด / ใบกำกับภาษี โดยตรง อันเป็นการนำสืบในทำนองว่า จำเลยไม่ทราบว่า บิลเงินสด / ใบกำกับภาษี ดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิปลอมนั้น เห็นว่าตามบันทึกคำให้การผู้ต้องหาลงวันที่ 30 มิถุนายน 2537 ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ ซึ่งต่อมาจำเลยได้ไปพบพนักงานสอบสวนและได้ให้การเพิ่มเติมตามที่จำเลยอ้างนี้ อันเป็นเวลาภายหลังเกือบสองปีแล้วตามใบต่อคำให้การ ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2539 และตามคำเบิกความของนางอัญชลี พยานโจทก์ ก็ไม่ปรากฏว่า จำเลยเป็นผู้แจ้งให้ นางอัญชลีติดต่อไปยังบริษัทไม้แสงวิวัฒน์ (1988) จำกัด โดยตรงแต่อย่างใด นอกจากนี้ข้อเท็จจริงในคดียังปรากฏว่า บิลเงินสด / ใบกำกับภาษีดังกล่าวได้มีการส่งมอบจากนายกัง (นายวิรัตน์) ให้แก่นายกี่เฮียก และนายกี่เฮียกส่งมอบให้แก่นายประวิทย์จนมาถึงจำเลยเป็นทอด ๆ พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐาน การที่จำเลยรู้ว่าบิลเงินสดใบกำกับภาษีของกลางเป็นเอกสารสิทธิปลอม แล้วจำเลยนำไปใช้ จำเลยจึงมีความผิดข้อหาใช้เอกสารสิทธิปลอม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๒๖๔, ๒๖๕ และ ๒๖๘ ประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๗/๑, ๘๒/๓, ๘๓, ๘๓/๑, ๘๓/๔, ๘๖/๑๓, ๙๐/๔, ๙๐/๔ (๓) และ ๙๐/๔ (๗) ริบเอกสารปลอมของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ประกอบมาตรา ๒๖๕ และประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๖/๑๓, ๙๐/๔ (๓) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยรับจ้างบริษัทโรเยลเมทัลอินดัสทรีส์ จำกัด ก่อสร้างโรงงานตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ โดยบริษัทโรเยลเมทัลอินดัสทรีส์ จำกัด เป็นผู้ออกค่าวัสดุก่อสร้างแต่ให้จำเลยเป็นผู้จัดซื้อ ระหว่างวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องจำเลยนำบิลเงินสด / ใบกำกับภาษีของกลางซึ่งระบุว่า บริษัทไม้แสงวิวัฒน์ (๑๙๘๘) จำกัด ขายสินค้าให้แก่บริษัทโรเยลเมทัลอินดัสทรีส์ จำกัด อันเป็นเอกสารสิทธิที่ผู้อื่นทำปลอมขึ้นไปใช้เรียกเก็บเงินจากบริษัทโรเยลเมทัลอินดัสทรีส์ จำกัด

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดข้อหาใช้เอกสารสิทธิปลอมหรือไม่ เห็นว่า ผู้ที่จะออกใบกำกับภาษีได้ต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเป็นผู้ขายสินค้า จำเลยประกอบอาชีพ รับเหมาก่อสร้างซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการซื้อวัสดุก่อสร้างมาใช้ในกิจการ จำเลยรู้จักและติดต่อซื้อสินค้าจากร้านโสภณชัยซึ่งเป็นร้านของนายประวิทย์ โสภณชัย เป็นเวลาประมาณ ๑๐ ปี เมื่อจำเลยซื้อสินค้าจากร้านโสภณชัย แต่มิได้ซื้อสินค้าจากบริษัทไม้แสงวิวัฒน์ (๑๙๘๘) จำกัด จำเลยย่อมทราบดีว่าบริษัท ไม้แสงวิวัฒน์ (๑๙๘๘) ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีให้ได้ ที่จำเลยนำสืบว่าเมื่อนางอัญชลี จงประสิทธิ์ พยานโจทก์ ซึ่งเป็นพนักงานบัญชีของบริษัทโรเยลเมทัลอินดัสทรีส์

จำกัด ตรวจพบว่า บิลเงินสด / ใบกำกับภาษีฉบับหนึ่งรวมตัวเลขผิดไป ๙ บาท จำเลยได้แจ้งให้นางอัญชลีติดต่อไปยัง บริษัทไม้แสงวิวัฒน์ (๑๙๘๘) จำกัด ผู้ออกบิลเงินสด / ใบกำกับภาษีโดยตรง อันเป็นการนำสืบในทำนองว่า จำเลย ไม่ทราบว่า บิลเงินสด / ใบกำกับภาษีดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิปลอมนั้น เห็นว่า ตามบันทึกคำให้การผู้ต้องหา ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ซึ่งต่อมาจำเลยได้ไปพบพนักงานสอบสวน และได้ให้การเพิ่มเติมตามที่จำเลยอ้างนี้อันเป็นเวลาภายหลังเกือบสองปีแล้วและตามคำเบิกความของนางอัญชลี พยานโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่า จำเลยเป็นผู้แจ้งให้นางอัญชลีติดต่อไปยังบริษัทไม้แสงวิวัฒน์ (๑๙๘๘) จำกัด โดยตรงแต่อย่างใด นอกจากนี้ข้อเท็จจริงในคดียังปรากฏว่า

บิลเงินสด / ใบกำกับภาษีดังกล่าวได้มีการส่งมอบจากนายกัง (นายวิรัตน์) ให้แก่นายกี่เฮียกและนายกี่เฮียกส่งมอบให้แก่นายประวิทย์จนมาถึงจำเลยเป็นทอด ๆ พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ศาลฎีกาเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยรู้ว่าบิลเงินสด / ใบกำกับภาษีของกลางเป็นเอกสารสิทธิปลอม เมื่อจำเลยนำไปใช้จำเลยมีความผิดข้อหาใช้เอกสารปลอม แต่อย่างไรก็ตามจำเลยประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นคนดีและประกอบสัมมาชีพได้ต่อไป จึงเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำและไม่คิดกระทำผิดอีกจึงควรให้ปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง และคุม ความประพฤติจำเลยไว้ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๖๕ ลงโทษจำคุก ๒ ปี และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างนับว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน และปรับ ๗,๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ และคุมความประพฤติจำเลยไว้ ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ๔ ครั้ง ตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควร มีกำหนด ๓๐ ชั่วโมง หากไม่ชำระค่าปรับให้ จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองหล่อ โฉมงาม · สันติ ทักราล · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
ศาลล่าง
ศาลอาญาธนบุรี - นายวิชชา ชินวงษ์พราห์ม
ศาลอุทธรณ์ - นายกฤต บุญญานุสนธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7002/2554

เดิมจำเลยให้การปฏิเสธและนำสืบต่อสู้ว่ามารดาโจทก์ทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับจำเลยและ ล. ดังนั้น การที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นในการทำสัญญาซื้อขายที่ดินและไม่ทราบว่าเป็นเอกสารปลอม จำเลยสำคัญผิดไปว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4160/2548

โจทก์บรรยายฟ้องถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด คือ ปลอมแผ่นป้ายวงกลมเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 2541 อันเป็นเอกสารราชการ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ที่แท้จริง และใช้แผ่นป้ายวงกลมเสียภาษีรถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5246/2548

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีซื้ออันเป็นเอกสารปลอม มาใช้ในการเครดิตภา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2548

จำเลยฎีกาว่า จำเลยเป็นเพียงผู้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอม จำเลยไม่ได้เป็นผู้ทำบัตรประจำตัวประชาชนปลอม ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ทั้งยังขัดกับคำให้การรับสารภาพข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2480/2537

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เอกสารปลอมและฉ้อโกง ศาลชั้นต้นลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม ยกฟ้องฐานฉ้อโกง คดีสำหรับโจทก์จึงต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้