Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1396/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งหกแปลงตามคำฟ้องและใส่ชื่อโจทก์ในเอกสารสิทธิดังกล่าว พร้อมกับเรียกเก็บค่าเสียหาย จำเลยที่ 1 ให้การว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งหกแปลงไม่ได้สูญหายแต่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 4 โจทก์ต้องไปใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้จำเลยที่ 4 ส่งมอบ ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่าจำเลยที่ 1 จะออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งหกแปลงตามฟ้องโจทก์ให้ได้หรือไม่เพราะเอกสารสิทธิดังกล่าวไม่ได้สูญหาย แต่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 4 ดังนี้ การที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 ออกใบแทนเอกสารสิทธิทั้งหกแปลงให้โจทก์ไม่ได้เนื่องจากโจทก์ไม่เคยยื่นคำขอออกใบแทน จึงเป็นอุทธรณ์ที่นอกเหนือจากประเด็นตามคำให้การของจำเลยที่ 1 และเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ย่อมต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกของนางแดง อุ่ยเจริญ ซึ่งมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งที่ดินจำนวน 1 ใน 8 ส่วน ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายสมบูรณ์ อุ่ยเจริญ ตามคำพิพากษาของศาล โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินอำเภอแม่ลานเพื่อให้จดแจ้งชื่อโจทก์ลงในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว จำเลยที่ 2 แจ้งให้จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้ครอบครองหนังสือรับรองการทำประโยชน์ส่งมอบเอกสารสิทธิดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 เพื่อดำเนินการตามคำขอของโจทก์ แต่จำเลยที่ 4 ไม่ส่งมอบเอกสารสิทธิดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 จึงมีหนังสือหารือจำเลยที่ 1 ว่าสามารถออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวได้หรือไม่

จำเลยที่ 1 แจ้งว่าไม่สามารถออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวได้ จำเลยที่ 3 ซึ่งย้ายมารับราชการแทนจำเลยที่ 2 จึงมิได้ออกใบแทนและจดแจ้งชื่อโจทก์ในเอกสารสิทธิดังกล่าว นอกจากนี้จำเลยที่ 5 และที่ 6 ได้ยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานที่ดินทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจึงต้องดำเนินคดีฟ้องร้องจำเลยกับพวกต่อศาลซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 200,000 บาท นอกจากนี้ที่ดินทั้งหกแปลงเป็นสวนยางพาราและเป็นที่นาบางส่วนมีรายได้ไม่น้อยกว่าปีละ 228,000 บาท ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์จากทรัพย์มรดกจำนวน 1 ใน 8 ส่วน นับแต่วันที่ 23 มีนาคม 2535 แต่จำเลยที่ 4 ไม่ได้แบ่งปันผลประโยชน์ดังกล่าวให้แก่โจทก์

คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเวลา 6 ปี 10 เดือนเศษ เป็นเงิน 171,000 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งหกชดใช้ค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยทั้งหกเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งหกแปลงและใส่ชื่อโจทก์ในเอกสารสิทธิดังกล่าว ให้จำเลยทั้งหกร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท แก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 4 ส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งหกแปลงให้แก่เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอแม่ลานเพื่อดำเนินการตามคำพิพากษาของศาล และให้จำเลยที่ 4 แบ่งปันผลประโยชน์จากกองมรดกจำนวน 171,000 บาท และถัดจากวันฟ้องอีกปีละไม่น้อยกว่า 28,500 บาท จนกว่าจะแบ่งทรัพย์มรดกเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า

เนื่องจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวยังไม่สูญหาย จำเลยที่ 1 จึงไม่สามารถออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ใหม่และจดแจ้งชื่อโจทก์ลงในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวได้ การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่จดแจ้งชื่อโจทก์ลงในหนังสือรับรองการทำประโยชน์เพราะมีเหตุขัดข้องดังกล่าวและแจ้งให้โจทก์ไปใช้สิทธิทางศาลแล้ว จึงเป็นการกระทำโดยชอบและไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ทั้งจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ปฏิบัติการไปตามหน้าที่จึงไม่ต้องรับผิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องค่าใช้จ่ายที่โจทก์อ้างว่าต้องเสียไปทั้งก่อนฟ้องและหลังฟ้องเป็นเงินไม่น้อยกว่า 120,000 บาท

โจทก์ไม่ได้บรรยายให้ชัดแจ้งว่าเป็นค่าอะไรบ้าง จำเลยไม่อาจต่อสู้คดีได้ถูกต้อง จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้รวมมาจำนวน 200,000 บาท เป็นเงินที่สูงเกินส่วน ความจริงไม่เกิน 20,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ให้การว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1093 ไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนายสมบูรณ์ อุ่ยเจริญ จำเลยที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดกของนายสมบูรณ์จึงมีหน้าที่ยึดถือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งหกแปลงไว้เพื่อแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทรวมทั้งโจทก์ และอยู่ระหว่างการตกลงแบ่งทรัพย์มรดกและหารือในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจดทะเบียนโอนมรดกของเจ้าพนักงานทางโจทก์ได้ยื่นข้อเสนอขอที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1365 ทั้งแปลง ซึ่งเกินสิทธิของโจทก์และทายาทอื่นไม่ยินยอม

จำเลยที่ 4 มิได้ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 5 และที่ 6 ได้ยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานที่ไม่สามารถโอนทรัพย์มรดกตามคำขอของจำเลยที่ 5 และที่ 6 หาใช่เป็นการคัดค้านการใส่ชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ค่าเสียหายที่โจทก์กล่าวอ้างสูงเกินส่วน นอกจากนี้สิทธิที่โจทก์อ้างว่าควรจะได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์จากทรัพย์มรดกจำนวน 171,000 บาท นั้น เนื่องจากอยู่ระหว่างผู้จัดการมรดกดำเนินการแบ่งปันทรัพย์มรดกยังไม่แล้วเสร็จจึงยังไม่มีสิทธิเรียกร้อง ทั้งผลประโยชน์ที่โจทก์อ้างมาคลาดเคลื่อน เนื่องจากคงมีเพียงที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1365 ที่ได้ผลผลิตจากการกรีดน้ำยางพาราปีละ 5,600 บาท ซึ่งต้องหักเป็นค่าแรงให้แก่ลูกจ้าง คงเหลือที่โจทก์พึงจะได้รับปีละ 350 บาท รวม 7 ปี เป็นเงิน 2,450 บาท เท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 110,000 บาท แก่โจทก์และออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 89, เลขที่ 361, เลขที่ 1093, เลขที่ 1104, เลขที่ 1365 และเลขที่ 1063 ตำบลแม่ลาน อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี แล้วจดแจ้งชื่อโจทก์ในเอกสารสิทธิดังกล่าวให้เป็นไปตามคำพิพากษา ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ที่ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 นั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ว่าโจทก์ไม่เคยยื่นคำขอออกใบแทนตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การถึงข้อนี้ และเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งหกแปลงตามคำฟ้องและใส่ชื่อโจทก์ในเอกสารสิทธิดังกล่าวพร้อมกับเรียกค่าเสียหาย จำเลยที่ 1 ให้การว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งหกแปลงไม่ได้สูญหายแต่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 4 โจทก์ต้องไปใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้จำเลยที่ 4 ส่งมอบ

ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่าจำเลยที่ 1 จะออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งหกแปลงตามฟ้องโจทก์ให้ได้หรือไม่เพราะเอกสารสิทธิดังกล่าวไม่ได้สูญหายแต่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 4 ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 ออกใบแทนเอกสารสิทธิทั้งหกแปลงให้โจทก์ไม่ได้ เนื่องจากโจทก์ไม่เคยยื่นคำขอออกใบแทนจึงเป็นอุทธรณ์ที่นอกเหนือจากประเด็นตามคำให้การของจำเลยที่ 1 และเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยไว้ในคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 แล้ววินิจฉัยให้ ย่อมเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 โดยให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิบูลย์ มีอาสา · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้