Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุตรบุญธรรมย่อมเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเท่านั้น ไม่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมด้วย แม้ผู้รับบุตรบุญธรรมถึงแก่ความตายการเป็นบุตรบุญธรรมก็ไม่ขาดการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมหลังจากใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัวแล้วแม้สามีภริยาซึ่งแต่งงานกันมาก่อนตามกฎหมายลักษณะผัวเมียก็ไม่มีสิทธิจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสการที่บุตรบุญธรรมยื่นขอรับบำเหน็จตกทอดของผู้รับบุตรบุญธรรมซึ่งถึงแก่ความตาย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม คู่สมรสนั้นมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมซึ่งไม่สมบูรณ์ได้ แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะมิได้บัญญัติให้ฟ้องเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมไว้โดยตรง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาขุนเจนจบทิศตั้งแต่ พ.ศ. 2462ขุนเจนจบทิศจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมเมื่อวันที่ 7 มกราคม2503 โดยมีนางบุญธรรม ยงใจยุธ ซึ่งจดทะเบียนสมรสกับขุนเจนจบทิศในภายหลัง เป็นผู้ให้ความยินยอม โจทก์ได้ฟ้องนางบุญธรรมในกรณีดังกล่าว การจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมไม่มีผล เพราะไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ และเป็นเล่ห์เหลี่ยมของนางบุญธรรมหวังจะให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของขุนเจนจบทิศ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้พิพากษาว่าทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเป็นโมฆะจำเลยต่อสู้ว่า ก่อนขุนเจนจบทิศรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมได้หย่าขาดจากโจทก์แล้ว ไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์คู่สมรสของขุนเจนจบทิศจะให้หรือมิให้ความยินยอม

ก็ไม่ทำให้การจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมเป็นโมฆะ การจดทะเบียนกระทำโดยสุจริต ขอให้ยกฟ้องคู่ความรับกันว่า1. ขุนเจนจบทิศรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมเมื่อ 7 มกราคม 2503โดยนางบุญธรรมขณะอยู่กินเป็นภริยาสามีกับขุนเจนจบทิศโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส เป็นผู้ให้ความยินยอม โจทก์มิได้รู้เห็นด้วย2. นางบุญธรรมจดทะเบียนสมรสกับขุนเจนจบทิศเมื่อ 3 มีนาคม 2503 ขุนเจนจบทิศตายเมื่อ 3 มีนาคม 2505 ศาลฎีกาชี้ขาดแล้วว่าการสมรสระหว่างขุนเจนจบทิศกับนางบุญธรรมเป็นโมฆะ ส่วนโจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของขุนเจนจบทิศ3. เมื่อขุนเจนจบทิศตาย นางบุญธรรมในฐานะส่วนตัวได้ขอรับบำเหน็จตกทอดของขุนเจนจบทิศจากทางราชการ ส่วนจำเลยโดยนางบุญธรรมเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม

ได้ยื่นคำร้องขอรับบำเหน็จตกทอดของขุนเจนจบทิศด้วยเหมือนกัน4. โจทก์ไม่เคยบอกล้างนิติกรรมจดทะเบียนรับรองบุตรบุญธรรมรายนี้โจทก์อ้างสำนวนคดีแพ่งแดงที่ 2376/2506 เป็นพยาน แล้วคู่ความไม่สืบพยานศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ขุนเจนจบทิศรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พิพากษาว่าการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของขุนเจนจบทิศเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584, 113จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ขุนเจนจบทิศรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ซึ่งเป็นภริยานั้น การมิได้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584 ประกอบกับพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว

พ.ศ. 2478 มาตรา 22 จึงไม่สมบูรณ์ พิพากษายืนจำเลยฎีกาหลายประการรวมทั้งเรื่องอำนาจฟ้องด้วยศาลฎีกาเห็นสมควรยกฎีกาเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นวินิจฉัยก่อนจำเลยฎีกาว่าไม่มีกฎหมายให้ฟ้องเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมได้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ประการหนึ่ง และการที่ขุนเจนจบทิศรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม ก็ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องอีกประการหนึ่งศาลฎีกาเห็นว่า โดยนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1586 บุตรบุญธรรมย่อมเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเท่านั้น ฉะนั้นในกรณีที่ขุนเจนจบทิศจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม แม้ต่อมาขุนเจนจบทิศถึงแก่กรรม ความเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งจำเลยเคยมีมาก็ย่อมมีต่อไปตามเดิม

การที่จำเลยแถลงรับว่าเมื่อขุนเจนจบทิศถึงแก่กรรมลงแล้ว จำเลย (โดยนางบุญธรรมเป็นผู้แทน) ได้ยื่นขอรับบำเหน็จตกทอดของขุนเจนจบทิศต่อทางราชการนั้น พอถือได้ว่าเป็นการดำเนินการตามเล่ห์เหลี่ยมของนางบุญธรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของขุนเจนจบทิศตามที่กล่าวในคำฟ้องการกระทำของจำเลยดังกล่าว จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ในฐานะเป็นภริยาของขุนเจนจบทิศซึ่งมีสิทธิจะได้รับบำเหน็จตกทอดของขุนเจนจบทิศตามกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยโดยอาศัยเหตุดังกล่าว แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะมิได้บัญญัติให้ฟ้องเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมไว้โดยตรงก็ดีข้อที่จำเลยฎีกาว่า ความสัมพันธ์ในครอบครัวระหว่างโจทก์กับขุนเจนจบทิศเป็นไปตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย ในการรับบุตรบุญธรรมจึงไม่ต้องรับความยินยอมจากโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1584 นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม เพิ่งทำภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้ว โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ก็ดีพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2477 ก็ดี มิได้บัญญัติไว้ ณ ที่ใดเลยว่าในกรณีเช่นนี้ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากภริยาตามที่มาตรา 1584 บัญญัติไว้ดังนั้นที่ขุนเจนจบทิศจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584 คือต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นภริยาก่อน แม้จะไม่ใช่ภริยาที่อยู่กินร่วมกัน ก็ไม่เป็นเหตุให้ขุนเจนจบทิศมีสิทธิจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมได้โดยลำพังพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พันธ์ นัยวิฑิต · วิเชียร เศวตรุนทร์ · เนิ่น กฤษณะเศรนี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้