Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนดังกล่าว ซึ่งมีความหมายว่าจำเลยทั้งสามจำหน่ายเฮโรอีนที่มีไว้ในครอบครองไปทั้งหมดแม้ทางพิจารณาจะปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ได้เก็บซ่อนเฮโรอีนไว้ 1ถุง เพื่อจำหน่ายแก่ผู้มีชื่อในภายหลัง ก็ต้องถือว่าโจทก์มิได้ประสงค์จะให้ลงโทษในกรรมนี้ ศาลจะเพิกถอนลงโทษจำเลยที่ 3 โดยอาศัยข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าเป็นผิดอีกกรรมหนึ่งด้วยไม่ได้ เพราะเป็นการเกินจากคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 เป็นบทกำหนดโทษผู้กระทำผิดที่มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 มีปริมาณไม่ถึง 20กรัมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อจำเลยทั้งสามมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองจำนวน 4.436 กิโลกรัม ซึ่งตามมาตรา 15วรรคสองให้ถือว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันจะต้องถูกลงโทษตามมาตรา 66 อยู่แล้ว จึงไม่ต้องนำมาตรา 67 มาใช้ในการกำหนดโทษอีก.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 186 ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 67

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามกับพวกมีเฮโรอีนจำนวน 4.436 กิโลกรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำเลยกับพวกได้จำหน่ายเฮโรอีนดังกล่าวให้แก่นายวีระพันธ์ ศุภกิจจารักษ์ ซึ่งปลอมเป็นคนซื้อ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66,67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบของกลางจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 67, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเฮโรอีน ความผิดสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทั้งสองฐานนั้น เป็นการกระทำกรรมเดียวแต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ใช้กฎหมายที่เป็นบทหนักที่สุดลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90แต่บทกฎฆมายทั้งสองฐานมีอัตราโทษเท่ากันจึงให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2ฐานจำหน่ายเฮโรอีน ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้ตลอดชีวิต

จำเลยที่ 3 มีความผิดสองฐานต่างกรรมกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุกตลอดชีวิต ฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จึงต้องเปลี่ยนกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 3 ฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย 25 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน 25 ปี รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 3 50 ปี ของกลางให้ริบจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66 จำคุกตลอดชีวิต

จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 25 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...สำหรับปัญหาตามฎีกาของโจทก์ที่ว่าการกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิด 2 กรรม เพราะนอกจากร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 3 ได้เอาเฮโรอีนจำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 350 กรัม ออกไปซ่อนไว้เพื่อขายกับสิบตำรวจโทจรินทร์ภายหลัง จำเลยที่ 3 จึงต้องมีความผิดอีกกระทงหนึ่งนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงตอนนี้ไม่ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ โดยโจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันมีเฮโรอีนจำนวน 4.436 กิโลกรัม

ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนดังกล่าว ซึ่งมีความหมายว่าจำเลยทั้งสามจำหน่ายเฮโรอีนที่มีไว้ในครอบครองไปทั้งหมด แม้ทางพิจารณาจะปรากฏว่าจำเลยที่ 3ได้เก็บซ่อนเฮโรอีนไว้ 1 ถุง เพื่อจำหน่ายแก่สิบตำรวจโทจรินทร์ในภายหลังก็ตาม ก็ต้องถือว่าโจทก์มิได้ประสงค์จะให้ลงโทษในกรรมนี้ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 โดยอาศัยข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้เพราะเป็นการเกินจากคำฟ้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานมีเฮโรอีนของกลางไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายเพียงกระทงเดียวนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นอนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 67 ด้วยนั้น

เห็นว่า มาตรา 67 เป็นบทกำหนดโทษผู้กระทำผิดที่มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 มีปริมาณไม่ถึงยี่สิบกรัมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีนี้จำเลยทั้งสามมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองจำนวนถึง 4.436 กิโลกรัม ซึ่งตามมาตรา 15 วรรคสองให้ถือว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันจะต้องถูกลงโทษตามมาตรา 66 อยู่แล้วจึงไม่ต้องนำมาตรา 67 มาใช้ในการกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ข้อนี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ต้องนำมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาเป็นบทกำหนดโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล · สุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7526/2561

การที่สายลับซึ่งเป็นคนรักเก่าของจำเลยชักชวนให้จำเลยมาร่วมเสพเมทแอมเฟตามีนที่ห้องพักที่เกิดเหตุ โดยได้มอบธนบัตรจำนวน 1,500 บาท ให้จำเลยเพื่อไปเอาเมทแอมเฟตามีนมาให้ เมื่อจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนมามอบให้สายล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7107/2561

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน 193 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว 191 เม็ด แต่ทางพิจารณากลับได้ความว่าจำเลยโทรศัพท์แจ้งให้ ว. ไปรับเมทแอมเฟตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4444/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนและเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนแล้วจำเลยร่วมกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน ชนิดเม็ด 19,802 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 378,858 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2561

ที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเกิดในท้องที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตาก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสุโขทัยไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นการขอให้ศาลฎีกาเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาศาลอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2559

จำเลยที่ 2 สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจาก อ. ชาวลาวให้ส่งเมทแอมเฟตามีนนั้นจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 2 กับ อ. เป็นพวกเดียวกันและได้วางแผนแบ่งหน้าที่กั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้