คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชี อ้างเหตุว่าการเลิกห้างและชำระบัญชีที่จำเลยทำไปแล้วไม่ถูกต้องและมีคำขออีกมากมายหลายข้อท้ายคำฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าห้างหุ้นส่วนรายนี้ได้เลิกกันและมีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีโดยชอบแล้ว จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ เงินทุนและกำไรคงเป็นไปตามบัญชีของผู้ชำระบัญชี แต่ได้ให้เอาทรัพย์และสิทธิบางอย่างในห้างหุ้นส่วนออกประมูล ฯลฯแบ่งกัน จำเลยมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมา คงมีแต่โจทก์อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้มีมติที่ประชุมใหญ่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชี อ้างเหตุว่าการเลิกห้างและชำระบัญชีที่จำเลยทำไปแล้วไม่ถูกต้อง และทั้งยังมีคำขออีกมากมายหลายข้อท้ายคำฟ้องแต่โดยเหตุที่โจทก์ตั้งรูปคดีมาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ เพราะเสียค่าขึ้นศาลเพียง ๑๕ บาท การที่ศาลล่างวินิจฉัยให้เอาทรัพย์และสิทธิบางอย่างในห้างหุ้นส่วนออกประมูล ฯลฯ แบ่งกันนั้น จึงไม่ถูกต้องแต่ฝ่ายจำเลยก็พอใจมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยถึงคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลล่าง สำหรับคดีนี้จะวินิจฉัยเพียงว่าการเลิกห้างหุ้นส่วนและการชำระบัญชีเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่เท่านั้น ส่วนทรัพย์ในห้างหุ้นส่วนที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาจะมีเท่าใด เป็นส่วนของใครเท่าใดจะไม่วินิจฉัยให้ในชั้นนี้ แล้ววินิจฉัยว่าห้างหุ้นส่วนรายนี้ตั้งขึ้นโดยไม่มีกำหนดกาล
เมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้บอกเลิกแล้วก็นับว่าเป็นการชอบตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๐๕๖ โดยปกติจะต้องมีการชำระบัญชีตามมาตรา ๑๐๖๑ ซึ่งจำเลยก็ได้มีหนังสือบอกเลิกไปยังโจทก์ และระบุนามผู้ชำระบัญชีด้วย โจทก์มิได้คัดค้านอย่างใด กลับมีหนังสือตอบรับเห็นชอบและยอมตั้งพระยาไชยยศสมบัติด้วยเพียงแต่มีเงื่อนไขบางประการเท่านั้นนับว่าการเลิก ห้างหุ้นส่วนและจัดการชำระบัญชีได้กระทำ+ตามกฎหมาย แต่การชำระบัญชีในเรื่องทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจะถูกต้องหรือไม่ ย่อมเป็นอีกประเด็นหนึ่งต่างหากซึ่งศาลยังไม่มีหน้าที่จะต้องวินิจฉัยดังกล่าวข้างต้น
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับให้ยกฎีกาโจทก์แต่ไม่ตัดสิทธิที่โจทก์จะว่ากล่าวในคำขอเรื่องทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนที่ฎีกาขึ้นมานี้ต่อ ไป