Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คืนเกิดเหตุ ป. ยืนอยู่ริมถนนข้างทาง จำเลยถืออาวุธปืนของกลางซึ่งเป็นของ ป. เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจส่องไฟสปอทไลท์จำเลยส่งอาวุธปืนคืน ป. และ ป. โยนอาวุธปืนทิ้งไปที่ป่าหญ้าข้างทาง การที่จำเลยถืออาวุธปืนในมือในขณะที่ ป. ยืนอยู่ ณ ที่นั้นถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับ ป. กระทำผิด จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 37

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 371 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายประหยัดหรือดำ ปอยมุ้ย จำเลยคดีอาญาหมายเลขดำที่ 148/2533 ของศาลชั้นต้น ได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยกับนายประหยัดได้ร่วมกันมีอาวุธปืนลูกซองสั้นซึ่งไม่มีเครื่องหมายทะเบียนจำนวน 1 กระบอก อันเป็นอาวุธปืนตามกฎหมายและใช้ยิงได้ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย และจำเลยกับพวกได้ร่วมกันพกพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปตามถนนสาย อ่าวลึกแหลมสักและถนนอื่น ๆ อันเป็นทางสาธารณะและหมู่บ้านโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวจากเจ้าพนักงาน ทั้งไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน

วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83, 91, 371 และริบของกลางศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคแรก, 72 วรรคแรก, 72 ทวิ วรรคแรก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ประกอบด้วยมาตรา 83 จำเลยกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ของกลางริบ

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าคืนเกิดเหตุ จำเลยและนายประหยัดยืนอยู่ริมถนนข้างทาง จำเลยถืออาวุธปืนของกลางเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจส่องไฟสปอทไลท์จำเลยส่งอาวุธปืนคืนนายประหยัดและนายประหยัดโยนปืนดังกล่าวทิ้ง มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ได้ความจากร้อยตำรวจเอกฉลอง ลิ่มหลัก พยานโจทก์ ซึ่งเป็นหัวหน้าสายตรวจในคืนเกิดเหตุว่า เมื่อส่องไฟสปอทไลท์เห็นจำเลยและนายประหยัดกำลังยื้อแย่งสิ่งของ (อาวุธปืน) กันและพยานได้เบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่า ลักษณะแย่งหมายถึงการพยายามส่งอาวุธปืนให้แก่กันระหว่างจำเลยและนายประหยัด เพื่อผลักความรับผิดชอบ แสดงว่าทั้งสองคนต้องไม่ยอมรับอาวุธปืนของกลางไว้ในความครอบครองนั่นเองแต่พยานโจทก์หลายปากซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทำหน้าที่สายตรวจในคืนเกิดเหตุต่างอ้างว่าเห็นจำเลยส่งอาวุธปืนของกลางให้แก่นายประหยัดแล้วนายประหยัดโยนทิ้งที่ป่าหญ้าข้างทาง ที่เห็นการส่งอาวุธปืนนั้นไม่ใช่มีลักษณะการแย่งกัน

ดังนี้เห็นว่าพยานโจทก์ดังกล่าวซึ่งเห็นเหตุการณ์เดียวกัน แต่กลับเบิกความแตกต่างกัน จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยได้รับอาวุธปืนของกลางจากนายประหยัดไปโดยไม่มีลักษณะแย่งกันหรือไม่ เมื่อจำเลยถูกจับกุมก็ปฏิเสธว่าอาวุธปืนของกลางไม่ใช่ของจำเลยแต่เป็นของนายประหยัดและได้ความว่านายประหยัดได้ถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน โดยให้การรับสารภาพว่าอาวุธปืนของกลางเป็นของนายประหยัด ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษไปแล้ว จึงเชื่อว่าอาวุธปืนของกลางเป็นของนายประหยัดจริง เมื่อได้ความว่าอาวุธปืนของกลางเป็นของนายประหยัดจำเลยเพียงแต่ถืออาวุธปืนดังกล่าว และไม่ได้ความว่าจำเลยรับอาวุธปืนของกลางจากนายประหยัดโดยมิได้แย่งกันเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจส่องไฟสปอทไลท์จำเลยก็ส่งอาวุธปืนดังกล่าวกลับคืนแก่นายประหยัดดังนี้ การที่จำเลยถืออาวุธปืนในมือในขณะที่นายประหยัดยืนอยู่ ณ ที่นั้นถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับนายประหยัดกระทำผิด จำเลยไม่มีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2567

แม้โจทก์ฟ้องว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงทำอันตรายแก่ร่างกายได้ และจำเลยให้การรับสารภาพ และศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4336/2565

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฐานพาอาวุธปืน และฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2561

ป.อ. มาตรา 140 วรรคสาม บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธปืนต้องได้รับโทษหนักกว่าโทษตามที่กฎหมายบัญญัติในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง ก็เพื่อคุ้มครองความปลอดภ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12802/2558

เมื่อผู้เสียหายทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 คำร้องดังกล่าวย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญาและไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 253 วรรคหนึ่ง เมื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้