คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปรับ ต.แล ล.จำเลยโดยฟังว่าได้เล่นการพะนันทำนองปั่นแป๊ะจริง ส่วนจำเลยนอกนั้นให้ปล่อยไป
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ศาลชั้นต้นปล่อย แต่สำหรับ อ.จำเลยนั้นโจทก์ว่าที่ศาลชั้นต้นปล่อยชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยเหล่านี้เป็นผู้อยู่ในวงการพะนันด้วย จึงพิพากษากลับให้ปรับจำเลยรวมทั้ง อ.ด้วย คนละ ๓๐ บาท กับให้จำเลยทั้งหมดช่วยกันใช้ค่านำจับ ๑ ใน ๔ แห่งจำนวนค่าปรับแก่ผู้นำจับ ก.แล อ.
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ลงโทษ อ.ไม่ชอบเพราะคดีฉะเพาะตัว อ.ได้ยุตติเพียงศาลชั้นต้นแล้ว แลคดีส่วนตัว ก.จำเลยนั้นเห็นว่าแม้จะไม่ปรากฎว่า ก.ลงมือเล่นการพะนันก็ดี แต่ก็ได้ความว่า ก.อยู่ในวงเล่นด้วย จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานแล พ.ร.บ.การพะนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ ม.๖ ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษนั้นชอบแล้ว แลเห็นว่าข้อที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทุกคนช่วยกันใช้ค่านำจับนั้นไม่เห็นชอบด้วย เพราะตามกฎหมายจำเลยจะต้องรับผิดเป็นส่วนตัว จึงต่างให้จำเลยใช้ค่านำจับฉะเพาะตัว ๑ ใน ๔ แห่งจำนวนค่าปรับ