Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของพยานทั้งสองว่า หลังจากผู้ตายเปิดประตูรถและเกาะประตูรถถีบจำเลยแล้ว ช. ได้เข้าไปดึงตัวผู้ตายจากรถของจำเลยในเวลานั้นหากจำเลยซึ่งนั่งอยู่ในรถไม่ประสงค์จะมีเรื่องกับผู้ตายก็น่าจะขับรถออกจากบริเวณนั้นไปเสีย แต่จำเลยกลับลงจากรถตามผู้ตายไปจนเกิดเหตุชกต่อยกันแสดงให้เห็นว่าจำเลยสมัครใจลงไปทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย ดังนั้น แม้จำเลยจะถูกผู้ตายใช้ไม้ตีที่ศีรษะก่อนและจะตีซ้ำอีกจำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตายถึงแก่ความตายจำเลยก็ไม่อาจอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตาม ป.อ. มาตรา 68 ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 288 ริบมีดของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณานางสมจิตร์ มารดาของนายสุดใจ ผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอุนญาต

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 18 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 12 ปี ริบมีดของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 15 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมมีนายมงคลเบิกความว่า ตอนกลับจากร้านอาหาร พยานนั่งทางด้านหลัง ส่วนผู้ตายนั่งทางด้านหน้าคู่กับจำเลยซึ่งเป็นคนขับ รถแล่นไปสักครู่พยานก็หลับ มารู้สึกตัวตื่นเมื่อได้ยินผู้ตายพูดว่ามึงดูถูกกู แล้วผู้ตายต่อยหน้าจำเลย จำเลยหยุดรถและไล่ผู้ตายลงจากรถ ผู้ตายกับจำเลยชกต่อยกันในรถ แล้วผู้ตายเปิดประตูรถด้านซ้ายและโหนประตูถีบจำเลย นายชัยวันซึ่งขับรถตามมาได้จอดรถแล้วตรงเข้าดึงผู้ตายลงจากรถ จำเลยลงจากรถตามไปด้วยนายชัยวันบอกพยานให้ขับรถของจำเลยไปจอดข้างทาง เมื่อจอดรถเสร็จพยานมองไปที่เกิดเหตุเห็นผู้ตายพยายามลุกขึ้นแต่ก็ล้มลง ในมือของผู้ตายและจำเลยไม่ได้ถืออะไรแต่เห็นมีดตกอยู่ 1 เล่ม

ผู้ตายมีรอยเลือดที่หน้าอก พยานจึงโทรศัพท์แจ้งเหตุต่อพนักงานตำรวจ กับมีนายชัยวันเบิกความว่าขณะขับรถตามรถของจำเลยไปถึงปากซอยทานสัมฤทธิ์เห็นจำเลยหยุดรถกลางถนนพยานขับรถเลยไปจอดทางด้านหน้ารถของจำเลยแล้วเดินไปที่รถของจำเลย เห็นผู้ตายเปิดประตูรถด้านซ้ายแล้วเกาะประตูถีบไปที่จำเลยซึ่งเป็นคบขับ 2 ครั้ง ผู้ตายและจำเลยลงจากรถมาชกต่อยกันที่หน้ารถและวิ่งไล่ชกกันที่ข้างถนนผู้ตายใช้ไม้ที่วางอยู่ข้างถนนตีที่ศีรษะจำเลย 1 ครั้ง จำเลยกระเด็นไป ผู้ตายจะเข้าตีซ้ำจำเลยจึงใช้มีดยาวประมาณ 1 ฟุต แทงผู้ตายบริเวณหน้าอก ผู้ตายล้มลงบนถนนระหว่างนั้นมีเจ้าพนักงานตำรวจมายังที่เกิดเหตุ แล้วจับกุมจำเลย เห็นว่า นายมงคลและนายชัยวันต่างก็เป็นเพื่อนสนิทของจำเลยและผู้ตาย จึงไม่มีเหตุผลที่พยานโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองจะเบิกความปรักปรำจำเลยโดยไม่เป็นความจริง

จำเลยเองก็ยอมรับในฎีกาว่าพยานทั้งสองดังกล่าวเบิกความสอดคล้องต้องกันและน่าเชื่อถือ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของพยานทั้งสองว่า หลังจากผู้ตายเปิดประตูรถและเกาะประตูรถถีบจำเลยแล้ว นายชัยวันได้เข้าไปดึงตัวผู้ตายจากรถถีบจำเลยแล้ว นายชัยวันได้เข้าไปดึงตัวผู้ตายจากรถของจำเลย ในเวลานั้นหากจำเลยซึ่งนั่งอยู่ในรถไม่ประสงค์จะมีเรื่องกับผู้ตายก็น่าจะขับรถออกจากบริเวณนั้นไปเสีย แต่จำเลยกลับลงจากรถตามผู้ตายไปจนเกิดเหตุชกต่อยกัน แสดงให้เห็นว่าจำเลยสมัครใจลงไปทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย ดังนั้น แม้จำเลยจะถูกผู้ตายใช้ไม้ตีที่ศีรษะก่อนและจะตีซ้ำอีกจำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยก็ไม่อาจอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลียว พลวิเศษ · ตรีวุฒิ สาขากร · วัส ติงสมิตร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้