Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14025/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 2 รับโอนใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรและใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูปจากจำเลยที่ 1 มาเป็นของตน ถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนามิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคนหนึ่งของจำเลยที่ 1 ยึดใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูปและใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักร ซึ่งเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งของจำเลยที่ 1 มาบังคับชำระหนี้ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานร่วมกับพวกโกงเจ้าหนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 350

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ระหว่างการพิจารณา จำเลยที่ 1 หลบหนี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 4 เดือน จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้ว่า จำเลยที่ 2 เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 กับนายประมวล นายมานพ กับโจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของนายประมวลในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 867/2550 และ 888/2550 ของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2550 นายกรวิชญ์ ผู้แทนโจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 867/2550 ไปที่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 5 ตำบลสามเรือน อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เพื่อยึดทรัพย์ของนายประมวล ต่อมาวันที่ 12 กันยายน 2550 จำเลยที่ 2 ยื่นคำขอทำการแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ตั้งโรงค้าไม้แปรรูป ต่อสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี เพื่อรับโอนใบอนุญาตและกิจการโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรจากจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้รับใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูปในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2550 และได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรในวันที่ 27 ธันวาคม 2550 เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2551 นายกรวิชญ์ผู้แทนโจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2326/2550 ไปที่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 5 ตำบลสามเรือน

อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เพื่อนำยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 พบนางอุดมลักษณ์ ภริยาจำเลยที่ 2 นำหนังสือรับโอนใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูปและใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรมาแสดงว่าทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในโรงงานเป็นของจำเลยที่ 2 แล้ว นายกรวิชญ์และเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่สามารถยึดเครื่องจักรและทรัพย์สินในโรงงานได้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ขณะที่จำเลยที่ 2 รับโอนใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรและใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูปจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ทราบหรือไม่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า โจทก์มีนายกรวิชญ์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความถึงข้อเท็จจริงส่วนนี้ว่า ระหว่างที่พยานในฐานะผู้แทนโจทก์ไปนำยึดทรัพย์ของนายประมวลที่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 5 พบจำเลยที่ 2 ทราบว่าพยานไปยึดทรัพย์ของนายประมวลและจำเลยที่ 2 ทราบอยู่แล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยไม่ปรากฏว่าพยานเคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1 จึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัย ประกอบกับข้อเท็จจริงดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ระบุว่า

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2550 นายกรวิชญ์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปที่บ้านของนายประมวล พบจำเลยที่ 2 แจ้งว่าเป็นบุตรของนายประมวล และยืนยันว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายประมวล เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงยึดทรัพย์สินของนายประมวลไปบางส่วน ทั้งจำเลยที่ 2 เองก็เบิกความเจือสมว่า ก่อนที่จำเลยที่ 1 โอนใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ให้ บิดาและมารดามีหนี้สินหลายรายทั้งนอกระบบและที่ถูกฟ้องเป็นคดีความ และจำเลยที่ 1 ได้นำเครื่องจักรในโรงงานแปรรูปไม้ไปตีใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบมาว่า ในวันที่ 10 สิงหาคม 2550 จำเลยที่ 2 ทราบแล้วว่านายประมวลมีหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่จะต้องชำระแก่เจ้าหนี้ และได้ความตามรายงานเจ้าพนักงานบังคับคดีกับสำเนาใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูปและใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรว่า

บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 5 ที่นายกรวิชญ์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เป็นที่ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ของจำเลยที่ 1 ขณะที่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 5 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์เป็นบ้านของนายประมวล ส่วนจำเลยที่ 2 อยู่บ้านเลขที่ 32/3 หมู่ 5 โดยนายกรวิชญ์เบิกความตอบทนายความจำเลยที่ 2 ถามค้านว่า บ้านของนางอุดมลักษณ์ภริยาจำเลยที่ 2 อยู่ห่างจากบ้านของจำเลยที่ 1 เพียง 4 ถึง 5 ก้าวเท่านั้น แสดงให้เห็นว่า บ้านของจำเลยที่ 2 อยู่ใกล้กับบ้านของนายประมวลและโรงงานแปรรูปไม้ของจำเลยที่ 1 มาก น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ย่อมต้องทราบถึงสถานะทางการเงินของนายประมวลและจำเลยที่ 1 ดังที่จำเลยที่ 2 เบิกความยอมรับ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า

ขณะที่จำเลยที่ 2 รับโอนใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรและใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูปจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหลายรายรวมทั้งโจทก์ การที่จำเลยที่ 2 ยังรับโอนใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรและใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูปจากจำเลยที่ 1 มาเป็นของตน ถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาเพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคนหนึ่งของจำเลยที่ 1 ยึดใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูปและใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักร ซึ่งเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งของจำเลยที่ 1 มาบังคับชำระหนี้ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานร่วมกับพวกโกงเจ้าหนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อนันต์ ชุมวิสูตร · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · สมชาติ ธัญญาวินิชกุล
ศาลล่าง
ศาลแขวงราชบุรี - นายโพธิ์โพยม มนพลับ
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายแชน ศิริพงษ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.7754/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ345/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ149/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้