Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1406/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซื้อระบุว่า ผู้เช่าซื้อคือจำเลยที่ 1 ต้องประกันภัยรถยนต์คันที่เช่าซื้อไปจากโจทก์ และเสียค่าเบี้ยประกันภัย โดยโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ จำเลยที่ 1 จึงได้เอาประกันภัยรถพิพาทไว้กับบริษัทประกันภัย ต่อมาระหว่างชำระค่าเช่าซื้อไม่เสร็จ เช่นนี้ ตามสัญญาเช่าซื้อมีว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดต่อการสูญหายและเสียหายทุกชนิดอันเกิดขึ้นแก่รถยนต์ที่เช่าซื้อ เมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อไปเกิดสูญหายขึ้น โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาใช้ราคารถยนต์ได้โดยตรง และที่ข้อสัญญาที่ให้ผู้เช่าซื้อต้องประกันภัยและเสียเบี้ยประกันภัยดังกล่าวข้างต้น ก็เป็นการที่ตกลงกันเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกคือโจทก์ ให้ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากการสูญหายของรถยนต์ได้จากบริษัทประกันภัยอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งสิทธิของโจทก์จะเกิดมีขึ้นก็ต่อเมื่อได้แสดงเจตนาแก่บริษัทประกันภัยว่า จะถือเอาประโยชน์จากสัญญา และบริษัทประกันภัยก็อาจยกข้อต่อสู้อันเกิดแต่สัญญาประกันภัยที่มีต่อจำเลยที่ 1 ขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 376 การที่โจทก์ไม่ใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย แต่ได้เรียกร้องต่อจำเลยที่ 1 โดยตรงแม้จะเป็นเวลาภายหลังที่รถยนต์ได้หายไปแล้วเป็นเวลาถึง 3 ปี ก็หาใช่โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใดไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์มีจำเลยที่ ๒ ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ ค้างชำระค่าเช่าซื้อเกินกว่า ๒ งวด ติด ๆ กัน โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา เรียกให้ส่งมอบรถยนต์คืน และชำระค่าเช่าซื้อที่ค้าง จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนรถยนต์หรือใช้ราคา ๕๐,๐๐๐ บาท และใช้ค่าเสียหายอีก ๓๖,๖๖๖ บาท ่จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ได้เช่าซื้อรถพิพาทจริงและโจทก์ได้มีประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยระบุให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์รถยนต์พิพาทหายไป จำเลยที่ ๑ ได้แจ้งโจทก์แล้ว สัญญาเช่าซื้อจึงระงับ ค่าเสียหายสูงเกินไปโจทก์เพิกเฉยปล่อยเวลาล่วงเลยนาน ไม่เรียกร้องจากบริษัทประกันภัย จนบริษัทประกันภัยเลิกกิจการไป จึงมาเรียกร้องจากจำเลย เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ชำระเงิน ๓,๔๙๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระราคารถยนต์ให้โจทก์ ๓๖,๖๖๖ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏข้อความตามหนังสือของโจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายและส่งมอบรถคืนหรือให้ใช้ราคาลงวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๒๐ (เอกสารหมาย จ.๕ ต.๖) ว่า ฯลฯ จำเลยรับจะติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อชดใช้เงินให้ตามกรมธรรม์ประกันภัย แต่โจทก์ยังไม่ได้รับชดใช้จากจำเลยหรือบริษัทประกันภัยแต่อย่างใด และที่โจทก์ขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์จากทรัพย์สินของบริษัทสหพันธ์ประกันภัย จำกัด ที่ถูกฟ้องล้มละลาย ๓ รายการตามเอกสารหมาย ล.๒ คือหนี้ ตามคำพิพากษาและหนี้ตามกรมธรรม์ประกันภัย อีก ๒ รายการ ก็ปรากฏว่า หนี้ตามคำพิพากษา (เอกสารหมาย ล.๕) ไม่ระบุให้แน่ชัดว่ามีหนี้ค่ารถยนต์คันหมายเลข กท.อ.๙๕๔๔ ที่จำเลยเลขที่ ๑ เช่าซื้อจากโจทก์ไปรวมอยู่ด้วยหรือไม่

ส่วนกรมธรรม์ประกันภัย ๒ ฉบับ (เอกสารหมาย ล.๓ ล.๔) ก็ไม่ใช้สิทธิเรียกร้องให้บริษัทสหพันธ์ประกันภัย จำกัด ชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาประกันภัยที่จำเลยที่ ๑ ได้ทำไว้กับบริษัทสหพันธ์ประกันภัย จำกัด ล้มละลาย ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เมื่อฟังข้อเท็จจริงแล้วดังนี้ จึงมีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่า การที่โจทก์เลือกใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ใช้ราคารถยนต์ที่สูญหาย แต่ไม่เรียกร้องให้บริษัทสหพันธ์ประกันภัย จำกัด ใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความสูญหายของรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑เช่าซื้อ ได้สูญหายเป็นเวลา ๓ ปี เศษแล้วเช่นนี้ เป็นการที่โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือ ไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาเช่าซื้อ )เอกสารหมาย จ.๓) ที่โจทก์และจำเลยที่ ๑ ทำไว้ต่อกัน ข้อ ๓ (ก) มีข้อตกลงว่า จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดต่อการสูญหายและเสียหายทุกชนิดอันเกิดขึ้นแก่รถยนต์ที่เช่าซื้อ ฯลฯ ตามสัญญาข้อนี้เมื่อรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อไปเกิดสูญหายขึ้น โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นคู่สัญญาใช้ราคารถยนต์ได้โดยตรงอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นเวลาเนิ่นนานเพียงใดแต่ภายในอายุความ ส่วนข้อตกลงตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ ๓ (ฉ) ที่ให้จำเลยที่ ๑ ต้องประกันภัยรถยนต์ที่เช่าซื้อ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้เสียเบี้ยประกันภัยและมอบกรมธรรม์ประกันภัยกับใบเสร็จรับเงินเบี้ยประกันภัยให้แก่โจทก์ ซึ่งจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทสหพันธ์ประกันภัยจำกัด

ระบุให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ดังเช่นกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.๓ล.๔ นั้นก็เป็นการที่ตกลงกันเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกคือโจทก์ให้ได้รับชดใช้ค่าเสียหายทดแทนเนื่องจากการสูญหายของรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อได้จากบริษัทสหพันธ์ประกันภัย จำกัด อีกทางหนึ่งด้วย อันมีผลบังคับตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๓๗๔ ซึ่งสิทธิของโจทก์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้แสดงเจตนาแก่บริษัทสหพันธ์ประกันภัย จำกัด ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว แต่บริษัทสหพันธ์ประกันภัย จำกัด ก็อาจยกข้อต่อสู้อันเกิดแก่สัญญาประกันภัยที่มีอยู่ต่อจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นคู่สัญญาขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้รับประโยชน์ได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๖ การที่โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องให้บริษัทสหพันธ์ประกันภัย

จำกัด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในการสูญหายของรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อโจทก์ไป จึงมีขั้นตอนและเสี่ยงต่อการที่จะไม่ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนยิ่งกว่าที่โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดต่อการสูญหายของรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อไปโดยตรงตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อ ข้อ ๓ (ก) ทั้งไม่มีข้อตก ลงให้โจทก์จำต้องใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อบริษัทสหพันธ์ประกันภัย จำกัด แต่ได้เรียกร้องต่อจำเลยที่ ๑ โดยตรง แม้จะเป็นเวลาภายหลังจากที่รถยนต์ได้สูญหายไปแล้วเป็นเวลาถึง ๓ ปีเศษ จึงหาใช่โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใดไม่ และเมื่อรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อโจทก์ได้สูญหายไปภายหลังที่จำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ได้เพียง ๓ งวด จำเลยก็ต้องรับผิดชำระราคารถยนต์ที่ยังขาดอยู่ ๓๖,๖๖๖ บาท ให้แก่โจทก์ดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยให้เหตุผลไว้แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินดา บุญศิริ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้