คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนมีหุ้นส่วน ๘ คน โจทก์เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่ง ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนได้พร้อมกันตกลงเลิกห้างหุ้นส่วนและหยุดประกอบกิจการ แต่ยังมิได้จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชีตามกฎหมาย โจทก์เตือนให้ไปจัดการ จำเลยเพิกเฉยขอให้พิพากษาสั่งให้ห้างหุ้นส่วนจำเลยจัดการจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญและชำระบัญชีโดยตั้งกองหมายเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไป
จำเลยให้การว่า ผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงเลิกห้างหุ้นส่วนและเลิกกิจการแล้วจริง โดยได้ตกลงกันโอนขายกิจการและสินค้าให้นายฮั้นโปนำเงินมาแบ่งกัน ทรัพย์สินอย่างอื่นก็ได้จัดการแบ่งกันเอง หนี้สินของห้างหุ้นส่วนไม่มี เป็นการเลิกและชำระบัญชีกันเองเสร็จแล้ว การที่ยังไม่ได้ไปจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน เป็นเพราะโจทก์ไม่ยอมลงชื่อในคำร้อง ส่วนการชำระบัญชีนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีตามฟ้องแล้ว ในชั้นชี้สองสถาน โจทก์จำเลยรับกันว่าประเด็นเรื่องจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนเป็นอันหมดไป ประเด็นพิพาทคงมีว่าได้มีการชำระบัญชีกันเองเสร็จแล้วหรือยัง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ยังมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๖๑ โจทก์จำต้องปฏิบัติตามความในมาตรานี้เสียก่อน
เมื่อไม่ได้ผลประการใดหรือขัดข้องมีข้อโต้แย้งอย่างไรเกิดขึ้น จึงจะมาฟ้องขอให้ศาลวินิจฉัย การที่มาฟ้องเสียก่อนเช่นนี้ ก็ไม่มีทางจะบังคับให้จำเลยกระทำตามคำขอท้ายฟ้อง จะให้ศาลตั้งกองหมายชำระบัญชีหาได้ไม่ พิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่โจทก์กล่าวว่าจำเลยไม่จัดการชำระบัญชีนั้น ถือว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๖๑ แล้ว โจทก์ชอบที่จะฟ้องได้ ส่วนการตั้งผู้ชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนต้องใช้มาตรา ๑๒๕๑ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ตั้งกองหมายเป็นผู้ชำระบัญชีได้ ที่งดสืบพยานแล้วพิพากษาคดีมานั้นไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ที่จำเลยฎีกาว่า คำฟ้องของโจทก์กล่าวแต่เพียงว่าจำเลยไม่จัดการชำระบัญชี ไม่ได้กล่าวว่าหุ้นส่วนผู้จัดการไม่จัดการชำระบัญชี หรือหุ้นส่วนทั้งหมดไม่อาจร่วมกันชำระบัญชีได้ด้วยเหตุอันจำเป็นต้องฟ้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชี ต้องถือว่าโจทก์มิได้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามความในมาตรา ๑๐๖๑ และ ๑๒๕๑ เสียก่อน จึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องขอให้บังคับตามคำขอนั้น จำเลยไม่ได้ยกปัญหาเรื่องคำฟ้องข้อนี้ขึ้นคัดค้านในศาลชั้นต้น จะมายกขึ้นคัดค้านในชั้นฎีกาไม่ได้ และปัญหาตามมาตรา ๑๐๖๑ และ ๑๒๕๑ นี้ ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน