Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14102/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบของโจทก์ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ตอนที่ 11 การใช้บัตรโดยสารและการส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศของพนักงาน พ.ศ.2537 กำหนดว่าพนักงานหมายถึงพนักงานรายเดือนที่โจทก์ตกลงจ้างไว้เป็นประจำและได้รับเงินเดือนตามบัญชีเงินเดือนของโจทก์ โดยให้สิทธิพนักงานซื้อบัตรโดยสารได้ในอัตราพนักงาน จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แม้โจทก์จะมีคำสั่งพักงานจำเลยที่ 1 แต่ระหว่างพักงานจำเลยที่ 1 ยังมีสถานะเป็นพนักงานของโจทก์จึงมีสิทธิใช้บัตรโดยสารที่ได้ดำเนินการออกไว้เดินทางระหว่างพักงานได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าบัตรโดยสารเต็มจำนวน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินจำนวน 175,981 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 167,382 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัด ศาลแรงงานภาค 8 มีคำสั่งให้พิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของจำเลยที่ 1 ไปฝ่ายเดียว จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 8 พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2544 จำเลยที่ 1 ทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ถูกผู้โดยสารร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ โจทก์จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนและสั่งพักงานจำเลยที่ 1 มีกำหนด 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2546 จำเลยที่ 1 รับทราบคำสั่งพักงานเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2546 คณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นให้ลงโทษจำเลยที่ 1 โดยการให้ออกตามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ลงวันที่ 29 มกราคม 2546 และรายงานผลการสอบสวนลงวันที่ 17 มีนาคม 2546 โจทก์ลงโทษจำเลยที่ 1 โดยการให้ออกจากการเป็นพนักงานโดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2546 ได้แจ้งเป็นหนังสือให้จำเลยที่ 1 ทราบ ตามหนังสือลงวันที่ 18 เมษายน 2546 โจทก์ทำการชำระบัญชีสรุปยอดเงินที่โจทก์จะต้องจ่ายให้จำเลยที่ 1 และยอดเงินที่จำเลยที่ 1 จะต้องคืนโจทก์

เมื่อโจทก์บอกกล่าวทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ทำหนังสือชี้แจงและขอผ่อนการชำระหนี้ไปยังโจทก์และได้ชำระหนี้แล้วจำนวน 5,000 บาท เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อบัตรโดยสารพนักงานจำนวน 1 เที่ยว เส้นทางไปและกลับกรุงเทพ - แฟรงก์เฟิร์ต - กรุงเทพ (BKK - FRA - BKK) ระบุชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้เดินทางใช้เดินทางเที่ยวไปเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2546 เดินทางเที่ยวกลับในเดือนมกราคมแต่ไม่ทราบวันที่แน่ชัดเนื่องจากเดินทางกลับด้วยสายการบินลุฟฮันซ่า บัตรที่จำเลยที่ 1 ซื้อครั้งนี้เป็นบัตรราคาพิเศษสำหรับพนักงานเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมเพียง 3,975 บาท จากราคาเต็มจำนวน 170,945 บาท วันที่ 30 มกราคม 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อบัตรโดยสาร 5 เที่ยว

ได้แก่ เที่ยวแรก เส้นทางไปและกลับนครศรีธรรมราช - กรุงเทพ - นครศรีธรรมราช (NST - BKK - NST) ระบุชื่อบิดาจำเลยที่ 1 เป็นผู้เดินทางใช้เดินทางเที่ยวไปเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2546 เดินทางเที่ยวกลับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อในราคา 1,420 บาท จากราคาเต็มจำนวน 5,050 บาท เที่ยวที่ 2 เส้นทางไปและกลับนครศรีธรรมราช - กรุงเทพ - นครศรีธรรมราช (NST - BKK - NST) ระบุชื่อบิดาจำเลยที่ 1 เป็นผู้เดินทาง ใช้เดินทางเที่ยวไปเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2546 เดินทางเที่ยวกลับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อในราคา 1,420 บาท ราคาเต็มจำนวน 5,050 บาท เที่ยวที่ 3 เส้นทางกรุงเทพ - นครศรีธรรมราช (BKK - NST)

ระบุชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้เดินทาง ใช้เดินทางเมื่อเดือนตุลาคม 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อในราคา 710 บาท จากราคาเต็ม 2,525 บาท เที่ยวที่ 4 เส้นทางไปและกลับนครศรีธรรมราช - กรุงเทพ - นครศรีธรรมราช (NST - BKK - NST) ระบุชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้เดินทาง ใช้เดินทางไปและกลับในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อในราคา 1,420 บาท จากราคาเต็ม 5,050 บาท ครั้งสุดท้ายเส้นทางไปและกลับกรุงเทพ - ลอสแอนเจลิส - กรุงเทพ (BKK - LAX - BKK) ระบุชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้เดินทาง ใช้เดินทางเที่ยวไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2546 และเดินทางเที่ยวกลับเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2546 จำเลยที่ 1 ซื้อในราคา 17,460 บาท จากราคาเต็ม 62,820 บาท

รวมราคาบัตรโดยสารเครื่องบินที่จำเลยที่ 1 ใช้สิทธิพนักงานโจทก์ซื้อไปหากคิดราคาเต็มเป็นเงินจำนวน 251,440 บาท หักเงินที่จำเลยที่ 1 ชำระแล้วจำนวน 26,405 บาท คงเหลือยอดเงินส่วนต่างจำนวน 225,035 บาท ในขณะขอออกบัตรโดยสารจำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบคำสั่งพักงาน แล้ววินิจฉัยว่าในการออกบัตรโดยสารพนักงานของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 9 และ 30 มกราคม 2546 นั้น จำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบว่าถูกพักงาน จำเลยที่ 1 ย่อมใช้สิทธิพนักงานซื้อหรือออกบัตรโดยสารได้ ถือว่าการออกบัตรโดยสารของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นไปโดยชอบตามระเบียบของโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 1 ได้บัตรโดยสารแล้วย่อมมีสิทธิใช้บัตรโดยสารนั้นได้แม้ภายหลังจะถูกพักงานก็ตาม เพราะในระหว่างถูกพักงานยังถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ยังเป็นพนักงานของโจทก์อยู่

ทั้งการที่โจทก์ออกคำสั่งของจำเลยที่ 1 ออกเป็นการออกคำสั่งย้อนหลังเป็นให้ออกตั้งแต่วันถูกพักงานคือวันที่ 15 มกราคม 2546 ซึ่งขณะนั้นจำเลยที่ 1 ใช้บัตรโดยสารที่ออกไว้เกือบหมดแล้ว ยังเหลือเพียงบัตรโดยสารในเส้นทางลอสแอนเจลิส - กรุงเทพมหานคร (LAX - BKK) และเส้นทางกรุงเทพมหานคร - นครศรีธรรมราช (BKK - NST) เท่านั้นที่ยังไม่ได้ใช้ อย่างไรก็ตามหากโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะให้พนักงานซึ่งถูกพักงานใช้บัตรโดยสารที่ออกไว้ก่อนก็จะต้องกำหนดไว้ในระเบียบให้ชัดเจนหรือมิฉะนั้นก็ต้องแจ้งให้พนักงานทราบในขณะออกคำสั่งพักงานว่าไม่มีสิทธิใช้บัตรโดยสารได้อีกต่อไป มิฉะนั้นจะต้องรับผิดจ่ายค่าบัตรโดยสารเท่ากับราคาเต็ม เนื่องจากบัตรโดยสารราคาเต็มมีราคาแตกต่างกับบัตรโดยสารพนักงานมาก

กรณีเช่นนี้จำเลยที่ 1 อาจไม่ต้องการใช้บัตรโดยสารพนักงานอีกก็ได้ รวมทั้งหากโจทก์เห็นว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิใช้บัตรโดยสารขณะถูกพักงานโจทก์ควรสั่งยกเลิกบัตรโดยสารได้ ซึ่งโจทก์สามารถตรวจสอบข้อมูลการออกบัตรโดยสารของพนักงานที่ถูกพักงานได้อยู่แล้วแต่โจทก์ก็หาทำเช่นนั้นไม่ คงเป็นเพราะโจทก์ก็ไม่อาจทราบว่าผลการสอบสวนทางวินัยจะเป็นอย่างไร กรณีอาจเป็นการลงโทษสถานเบาก็ได้ โจทก์จึงไม่ดำเนินการตัดสิทธิการใช้บัตรโดยสารของพนักงานในระหว่างพักงานทันทีทั้งไม่มีระเบียบของโจทก์ข้อใดให้อำนาจโจทก์มีสิทธิคิดหรือเรียกคืนราคาบัตรโดยสารเต็มจำนวนย้อนหลังได้ ดังนั้นจำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิใช้บัตรโดยสารพนักงานที่ออกไว้ได้ ตราบใดที่จำเลยที่ 1 ยังเป็นพนักงานโจทก์อยู่และบัตรโดยสารที่ออกไว้ยังไม่ได้ถูกยกเลิก

โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าบัตรโดยสารย้อนหลังเท่ากับราคาเต็มสำหรับการใช้บัตรโดยสารก่อนวันที่ 18 เมษายน 2546 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ออกคำสั่งลงโทษจำเลยที่ 1 โดยการให้ออก ซึ่งจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานต้องร่วมรับผิดด้วยเพราะถือว่าเป็นความรับผิดที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องตั้งแต่จำเลยที่ 1 ยังเป็นพนักงานของโจทก์ ส่วนการใช้บัตรโดยสารหลังวันดังกล่าว จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดคืนเงินให้แก่โจทก์จากราคาเต็ม รวมเป็นเงินจำนวน 24,495 บาท เมื่อหักจากเงินที่โจทก์ต้องจ่ายแก่จำเลยที่ 1 ตามรายการชำระบัญชีพนักงานที่พ้นสภาพ จำนวน 54,063 บาท แล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีหนี้ที่ต้องรับผิดแก่โจทก์อีก จำเลยที่ 2 จึงไม่จำต้องรับผิดต่อโจทก์เช่นกัน

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์ว่า จำเลยที่ 1 นำบัตรโดยสารในอัตราพนักงานไปใช้เดินทางในระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2546 ถึงเดือนตุลาคม 2546 แม้จะอยู่ในระหว่างมีคำสั่งให้พักงาน แต่การที่ต่อมาโจทก์มีคำสั่งเลิกจ้างจำเลยที่ 1 ย้อนหลังไปถึงวันที่ 15 มกราคม 2546 จึงไม่ถือว่าจำเลยที่ 1 มีสถานะเป็นพนักงานอีกต่อไป จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีสิทธิขอใช้บัตรโดยสารสำหรับพนักงานนั้น เห็นว่า ตามระเบียบของโจทก์ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ตอนที่ 11 การใช้บัตรโดยสารและการส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศของพนักงาน พ.ศ.2537 ข้อ 3 ได้กำหนดว่า พนักงาน หมายถึงพนักงานรายเดือนที่บริษัทตกลงจ้างไว้เป็นประจำและได้รับเงินเดือนตามบัญชีเงินเดือนของบริษัท โดยตามระเบียบดังกล่าวให้สิทธิพนักงานซื้อบัตรโดยสารได้ในอัตราพนักงาน

ดังนั้นแม้โจทก์จะมีคำสั่งพักงานจำเลยที่ 1 แต่ในระหว่างพักงานจำเลยที่ 1 ก็ยังคงมีสถานะเป็นพนักงานของโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการออกบัตรโดยสารไว้ ดังนั้น ในระหว่างพักงานจำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิใช้บัตรโดยสารดังกล่าวเดินทางระหว่างพักงานได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าบัตรโดยสารเต็มจำนวนแก่โจทก์ ที่ศาลแรงงานภาค 8 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วาสนา หงส์เจริญ · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · สุนันท์ ชัยชูสอน
ศาลล่าง
ศาลแรงงานภาค 8 - นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.1/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ184/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ447/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้