Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในการที่จะพิเคราะห์ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าคนตายหรือไม่จะต้องพิจารณาถึงสาเหตุการตระเตรียมก่อนลงมือกระทำร้ายตลาดจนการกระทำของจำเลยและลักษณะบาดแผลรวมประกอบกัน ได้ความว่าจำเลยกับผู้ตายมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนแล้วเกิดเป็นปากเสียงทะเลาะกันอีกพอเกิดทะเลาะกันแล้วจำเลยหยิบเอาเหล็กสว่านแต่จะใช้เป็นไขควงก็ได้ยาว 10 ซม. ด้ามเป็นเหล็กขนาดเท่า ๆ กัน ส่วนใหญ่ที่สุดของสว่านก็คือตอนที่ใกล้กับส่วนปลายที่แหลมและกว้าง 0.6 ซม.ซึ่งเป็นเครื่องประหารที่ทำให้ร่างรายนายบุบสลายถึงสาหัสได้ หยิบแล้วเอาใส่กระเป๋ากางเกงไว้ แสดงว่าเป็นการตระเรียมจะทำร้ายร่างกายด้วยของกลางแล้วจำเลยได้ใช้ไขควงหรือสว่านนี้แทงอกทางซ้ายของผู้ตายซึ่งเป็นที่สำคัญ แผลที่แทงปรากฏว่าลึกถึง 8 ซม. เห็นได้ว่าจำเลยได้แทงเข้าไปอย่างแรงจนเกือบมิดด้ามของเหล็กไขควง ถือได้แล้วว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่อาจแลเห็นผลได้ เข้าลักษณะเจตนาฆ่า.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43 ป.วิ.อ. มาตรา 185 ป.วิ.อ. มาตรา 186 ป.อ. มาตรา 43

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตาม ก.ม.อาญา ม.๒๔๙ และสั่งริบของกลางเสียด้วย นางเสงี่ยม มูลสมบุญ ภรรยา ผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต

จำเลยให้การว่าได้แทงผู้ตายโดยมิได้เจตนาขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๑ จำคุก ๑๐ ปี ลดตาม ม.๕๙ กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๕ ปี ริบของกลาง

โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๔๙ จำคุก ๑๕ ปี ลดตาม ม.๕๙ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑๐ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนและฟังคำแถลงการณ์และประชุมปรึกษาคดีนี้แล้ว เห็นว่าคดีมีเหตุหลายประการที่แสดงว่าจำเลยได้เจตนาฆ่าผู้ตายกล่าวคือ ๑.จำเลยและผู้ตายมีเหตุโกรธเคืองกันเรื่องใช้หม้อไฟฟ้า ๒.ปรากฏตามคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนว่าเมื่อเกิดเหตุทะเลาะกันที่ปากตรอกแล้วจำเลยได้หยิบเอาเหล็กไขควงของกลางออกจากกระเป๋าเครื่องมือรถจักรยานของจำเลยมาใส่กระเป๋ากางเกงไว้ ซึ่งแสดงว่าเป็นการตระเตรียมจะทำร้ายด้วยของกลาง แต่จำเลยอ้างว่าเมื่อหยิบเอามาใส่กระเป๋าแล้วคิดว่าถ้าจะเอาของกลางตีคงไม่เจ็บ จึงเดินย้อนกลับเข้าไปในตรอกเพื่อจะหาไม้ ๓.ของกลางนี้ที่จริงเป็นสว่านแต่จะใช้เป็นไขควงก็ได้ เฉพาะตัวสว่านยาว ๑๐ ซม. ด้ามเป็นเหล็กขนาดเท่า

ๆ กัน ส่วนใหญ่ที่สุดของสว่านก็คือตอนที่ใกล้กับส่วนปลายที่แหลมและกว้าง ๐.๖ ซม. แม้ตามสภาพจะมิใช่ศาตราวุธก็ดี แต่เมื่อใช้ทำร้ายกันแล้วเป็นเครื่องประหารที่ทำให้ร่ายกายถึงบุบสลายถึงสาหัสได้ ย่อมถือว่าเป็นศาตราวุธได้เหมือนกัน ๔.จำลยเลือกแทงอกทางซ้ายของผู้ตายซึ่งเป็นที่สำคัญแผลที่แทงปรากฏว่าลึก ๘ ซม. เห็นได้ว่าจำเลยได้แทงเข้าไปอย่างแรงจนเกือบมิดด้ามของเหล็กไขควง ส่วนคำรับสารภาพของจำเลยเมื่อไปสถานีตำรวจ ในชั้นแรกจำเลยก็มิได้บอกว่าจำเลยแทงผู้ตาย คือเมื่อ ร.ต.อ.ชาญ ชมะโชติ ซึ่งเป็นผู้สอบสวนเรื่องนี้ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลตำรวจนายอีลูนถูกแทงตาย และสอบถามจำเลย ๆ จึงยอมรับได้ว่าแทงจริง ในชั้นศาลจำเลยก็มิได้สารภาพตลอดข้อหา

ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ชี้ขาดและวางบทกำหนดโทษชอบด้วยรูปคดีแล้ว และเป็นความกรุณาแก้จำเลยมากแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูเวทย์วิมลนาท · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ศาลอาญา - นายไฉน บุญยก
ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถไพศาลโสภณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2499

จำเลยกระทำอย่างไรเป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่การกระทำนั้นจะเป็นความผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายในการวินิจฉัยข้อกฎหมายจำต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่างๆประกอบ เมื่อขาดข้อเท็จจริงบางอย่างเช่นขวากวางห่างหัวคันนาเพี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2567

คดีนี้โจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2565 ขอให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 2 ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยอ้างว่า ศาลชั้นต้นลงโทษปรับต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16397/2556

คดีนี้โจทก์และจำเลยที่ 6 อุทธรณ์ เมื่อจำเลยที่ 6 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 6 ถอนอุทธรณ์เฉพาะอุทธรณ์ของจำเลยที่ 6 เท่านั้น แล้วพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ที่อุทธรณ์ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่ลดโทษให้จำเลย ส่วนจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษา ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ต้องวินิจฉ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12174/2553

แม้จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งข้อเท็จจริงต้องรับฟังเป็นยุติตามฟ้องและศาลสามารถพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานประกอบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้