Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14163/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ โจทก์ไม่ต้องบรรยายฟ้องว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพโดยมิได้ต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด จึงต้องถือว่าความผิดตาม ป.อ. มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนความผิดตาม ป.อ. มาตรา 319 เป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดตาม ป.อ. มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก และเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนในความผิดฐานดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 283 ทวิ, 319

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก, 319 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 2 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็เป็นการรับสารภาพที่ไม่มีความผิด และถือไม่ได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลล่างทั้งสองประทับฟ้องและลงโทษจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ และถือว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 เป็นความผิดต่อเนื่องเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ ก็ยังมิได้มีการสอบสวนด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเช่นกันนั้น เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ต่อมาวันที่ 13 เมษายน 2554 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยและทำการสอบสวนแล้ว ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากวันที่จำเลยกระทำผิด 1 ปี

ก็มิได้หมายความว่าผู้เสียหายเพิ่งไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 13 เมษายน 2554 หรือวันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดนับถึงวันที่ 13 เมษายน 2554 เป็นเวลาเกินกว่าสามเดือนแล้ว เพราะกรณีเป็นไปได้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในกำหนดอายุความแล้ว ต่อมาจึงได้ตัวจำเลยมาดำเนินคดีและมีการแจ้งข้อหาแก่จำเลยในภายหลังซึ่งเป็นเวลาเกิน 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยกระทำความผิด และในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ โจทก์ไม่ต้องบรรยายฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ดังนั้น เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพโดยมิได้ต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด จึงต้องถือว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก

ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 เป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก และเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนในความผิดฐานดังกล่าว ดังนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ และที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสกลนคร - นางสาวสุนิธยา แจ่มจันทร์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายอมรเทพ การะโชติ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.3402/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1565/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1698/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้