คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดลักทรัพย์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ตามที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้าง ขอให้จำเลยที่ 1 จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบแก่โจทก์ จึงเป็นคดีที่โจทก์ฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานและกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นสิทธิในทางแพ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้อาศัยมูลความผิดในทางอาญา แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะให้การต่อสู้คดีว่าไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้องเนื่องจากโจทก์ประพฤติผิดอย่างร้ายแรงด้วยการกระทำความผิดอาญาฐานลักทรัพย์นายจ้าง และแม้ศาลอาญากรุงเทพใต้จะมีคำพิพากษาแล้วว่าโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและยกฟ้องในส่วนของโจทก์แล้วก็ตาม
ก็ไม่ทำให้คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่ศาลแรงงานกลางจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอาญากรุงเทพใต้รับฟังและวินิจฉัยมา ที่ศาลแรงงานกลางให้คู่ความนำพยานเข้าสืบถึงพฤติการณ์ต่าง ๆ แล้วนำมาวินิจฉัยถึงการกระทำความผิดของโจทก์ในคดีนี้นั้น จึงสามารถกระทำได้ อุทธรณ์ของโจทก์ประการนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการสุดท้ายมีว่า จำเลยที่ 1 ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องจ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบแก่โจทก์หรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่าการที่โจทก์คิดเงินผิดพลาดไปบ้างไม่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่
จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องจ่ายเงินตามฟ้องแก่โจทก์นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่าในวันเกิดเหตุโจทก์มีหน้าที่ต้องทำงานประจำในห้องการเงิน แต่เมื่อนางสาววันเพ็ญมาซื้อสินค้าของจำเลยที่ 1 และนำสินค้าไปยังเครื่องคิดเงิน โจทก์ได้ไปทำหน้าที่คิดเงินให้แก่นางสาววันเพ็ญ ซึ่งปรากฏรายการสินค้าที่นางสาววันเพ็ญได้รับไปโดยโจทก์ไม่ได้คิดเงินจำนวน 7 รายการ ได้แก่ เบียร์กระป๋องยี่ห้อลีโอ จำนวน 3 แพ็ค ราคา 1,050 บาท กาแฟกระป๋องยี่ห้อเบอร์ดี้ จำนวน 1 แพ็ค ราคา 59 บาท น้ำดื่มตราลีดเดอร์เพลช จำนวน 2 แพ็ค ราคา 116 บาท โต๊ะรีดผ้า จำนวน 1 ตัว ราคา 329 บาท แผ่นซีดีหนังเรื่องเจ้าหนูแสนซน จำนวน 1 แผ่น ราคา 129 บาท
แผ่นซีดีหนังเรื่องห้องเช่าหลอนจำนวน 1 แผ่น ราคา 149 บาท แผ่นซีดีหนังเรื่องแหยมยโสธร จำนวน 1 แผ่น ราคา 99 บาท คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,931 บาท โจทก์ทำงานให้แก่จำเลยที่ 1 ในหน้าที่คิดราคาค่าสินค้าและเก็บเงินค่าสินค้าจากลูกค้าเพื่อนำส่งให้แก่จำเลยที่ 1 มาเป็นเวลานาน ย่อมมีความชำนาญในการทำงานในหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี แม้โจทก์จะกล่าวอ้างว่าเหตุที่ไม่คิดเงินจากสินค้าจำนวน 7 รายการ จากนางสาววันเพ็ญเนื่องจากหลงลืมและเกิดจากความผิดพลาดในการทำงาน แต่สินค้าจำนวน 7 รายการ ดังกล่าวก็เป็นสินค้าที่มีลักษณะชิ้นใหญ่สามารถมองเห็นและตรวจสอบได้ง่าย การที่โจทก์ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการคิดเงินค่าสินค้าแต่กลับไม่คิดเงินค่าสินค้าจำนวน 7 รายการ
จากนางสาววันเพ็ญ ทำให้จำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายจ้างเสียหายไม่ได้รับชำระค่าสินค้าดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่โจทก์อาศัยโอกาสในการปฏิบัติงานในหน้าที่ของตนเป็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่น ถือได้ว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่แล้ว ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน