Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้อง ฉ.จำเลยฐานแจ้งความเท็จว่า โจทก์ยักยอกทรัพย์ของ ฉ. ศาลตัดสินยกฟ้องโจทก์ว่า โจทก์ฟ้องแก้เกี้ยวข้อหาของโจทก์ฟังไม่ได้ คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้หาว่า ฉ.จำเลยจงใจแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จ ดังนี้ เมื่อศาลได้ชี้ขาดใดคดีก่อนแล้วว่า ฉ.ไม่ได้แจ้งความเท็จในคดีนี้ ก็ต้องฟังว่า ฉ.ไม่ได้แจ้งความเท็จ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดฐานละเมิดในการที่จำเลยเบิกความ แต่ตามฟ้องไม่อาจทราบได้ว่าที่จำเลยเบิกความไปนั้นเป็นการเบิกความเท็จ หรือการเบิกความเช่นนั้นเป็นไปโดยเลินเล่อ เพราะถึงแม้จำเลยจะเบิกความไม่ถูกต้องกับความจริง ก็มีเหตุอันสมควรให้จำเลยเข้าใจผิดเช่นนั้นก็ได้ ซึ่งไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ฉะนั้นฟ้องโจทก์จึงยังไม่เป็นฟ้องที่จะให้จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิด.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 155 ป.วิ.อ. มาตรา 39 ป.วิ.อ. มาตรา 46 ป.วิ.อ. มาตรา 47 ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.พ.พ. มาตรา 420

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย โดยกล่าวว่า นางฉิ้งจำเลยนำเอาความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่า โจทก์ยักยอกเงินของจำเลย ๑ บาท เป็นเหตุให้โจทก์ถูกจับและต้องขัง ๒ วัน และนางฉิ้งกับนายสักจำเลยจงใจ เบิกความชั้นสอบสวนและชั้นศาลว่า โจทก์ทำผิด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด จำเลยปฏิเสธว่า ไม่ได้ทำผิดฐานละเมิด ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกับคดีดำที่ ๑๕๙/๒๔๙๐,๑๖๑/๒๔๙๐ ซึ่งนางฉิ้งกับพลตำรวจเจิมเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้กับนายเฉยเป็นจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องทั้ง ๓ สำนวน. โจทก์ในคดีนี้อุทธรณ์,

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่.

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา,

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์แยกข้อหาเป็น ๒ ข้อว่า นางฉิ้งจำเลยจงใจแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ทำให้โจทก์เสื่อมเสียอิสสระภาพข้อ ๑. และว่าจำเลยทั้งสองจงใจเบิกความเท็จชั้นสอบสวนและชั้นศาลว่า โจทก์ทำผิดและยักยอกทรัพย์เป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสียหายอีกข้อ ๑. ฉะเพาะข้อแรก โจทก์ฟ้องคดีอาญาแดงที่ ๑๓๔/๒๔๘๙ ขอให้ลงโทษนางฉิ้งจำเลยกับพลตำรวจเจิมฐานวิ่งราวทรัพย์ ฯลฯ ศาลพิพากษาถึงที่สุดว่า โจทก์ฟ้องแก้เกี้ยว ข้อหาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นคดีนี้ก็ต้องถือข้อเท็จจริงตามนั้นว่า นางฉิ้งไม่ได้แจ้งความเท็จ ทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพ ฟ้องโจทก์ข้อ ๑. จึงตกไป ส่วนข้อหาว่าเบิกความเท็จตามฟ้องไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยเบิกความไปนั้นเป็นการเบิกความเท็จหรือการเบิกความเช่นนั้นเป็นไปโดยเลินเล่อ เพราะถึงแม้จำเลยจะเบิกความไม่ถูกต้องตรงกันกับความจริง ก็อาจมีเหตุอันสมควรให้จำเลยเข้าใจผิดเช่นนั้นได้ ซึ่งไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ฉะนั้นฟ้องของโจทก์จึงยังไม่เป็นฟ้องที่จะให้จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิด.

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตรัง - นายเสนีย์ กิมปิสเสถียร
ศาลอุทธรณ์ - นายชวน สิงหถกะ.
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6131/2558

คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้น การนำข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาส่วนอาญามารับฟังในคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือ คำพิพากษาคดีอาญาต้องถึงที่สุด ข้อเท็จจริงนั้นเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16104/2556

ในคดีส่วนอาญา พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ก. และจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา 291 และข้อหาตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 โจทก์คดีนี้เข้าร่วมเป็นโจทก์ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22850/2555

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามสัญญาจ้างเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าบกระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 5 ข้อ 4 เกี่ยวกับการส่งมอบงานงวดที่ 3 อันเป็นงวดสุดท้าย คู่สัญญาทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องมีการทดลองระบบทุกระบบที่ติดต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1061/2545

ผู้เสียหายยื่นคำร้องว่า ผู้เสียหายได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งจำนวน103,478 บาท จากฝ่ายจำเลยแล้วจึงไม่ติดใจดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยที่ 1 อีกต่อไปถือได้ว่าผู้เสียหายและจำเลยที่ 1 ยอมความกันในความผิด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้