Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องในฐานะผู้ให้เช่าซื้อร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางที่ศาลสั่งริบเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าซื้อ เพื่อให้ผู้เช่าซื้อได้รับรถยนต์บรรทุกของกลางคืนไปหาใช่เพื่อประโยชน์ของผู้ร้องเองไม่ จึงเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลาง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 ไม่ริบของกลาง ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-3016 นครพนมของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกของกลาง และผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งคืนของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์มีว่า สมควรคืนรถยนต์บรรทุกของกลางให้แก่ผู้ร้องหรือไม่ ผู้ร้องมีนางสาวเบญจภรณ์ ศรีสิงห์ผู้รับมอบอำนาจ เบิกความเป็นพยานว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-3016 นครพนม ของกลาง ซึ่งได้ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดบ่อทรายสินเบญจพล เช่าซื้อรถคันดังกล่าวไปจากผู้ร้องในราคา 1,314,400 บาทโดยผู้เช่าซื้อตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรวม 36 งวด ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ร.4 ต่อมาเมื่อเดือนตุลาคม 2538 ผู้ร้องทราบว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1มีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางเนื่องจากบรรทุกน้ำหนักเกิน เห็นว่าตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ร.4 มีการระบุวันที่ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระเงินค่างวดแต่ละงวดให้แก่ผู้ร้อง โดยงวดที่ 36 อันเป็นงวดสุดท้ายที่ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระเงินค่าเช่าซื้อตรงกับวันที่ 30 ตุลาคม 2539 ดังนั้นเมื่อได้ความจากคำเบิกความตอบคำถามค้านของนางสาวเบญจภรณ์ว่า

หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัดบ่อทรายสินเบญจพลยังชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ผู้ร้อง และในปัจจุบันผู้ร้องยังไม่ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดบ่อทรายสินเบญจพล เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงในทางนำสืบของผู้ร้องว่าผู้เช่าซื้อได้เคยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ผู้ร้องแต่อย่างใด แสดงว่าในวันที่นางสาวเบญจภรณ์เบิกความต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2540ผู้ร้องจึงน่าจะได้รับชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาแล้ว และผู้ร้องมีหน้าที่จะต้องโอนรถยนต์บรรทุกของกลางให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดบ่อทรายเบญจพล ผู้เช่าซื้อ ตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อ เมื่อเป็นเช่นนี้หากคืนรถยนต์บรรทุกของกลางให้แก่ผู้ร้องไป

ผู้ร้องก็ย่อมจะต้องนำรถยนต์บรรทุกของกลางไปโอนให้แก่ผู้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อที่ยังไม่ถูกบอกเลิก ดังนั้นการร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางของผู้ร้องจึงเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าซื้อเพื่อให้ผู้เช่าซื้อได้รับรถยนต์บรรทุกของกลางคืนไป หาใช่เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของผู้ร้องเองไม่ การกระทำของผู้ร้องจึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลาง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยศ นิสภัครกุล · อภิศักดิ์ พรวชิราภา · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 636/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวิน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้