คำฟ้องและคำให้การ
กรณีเนื่องจากคำพิพากษาฎีกาที่ 942/2490 ซึ่งได้พิพากษาว่าโจทก์จำเลยนี้ได้ทำสัญญาเช่าที่สวนกัน แล้วก่อนถึงเวลาที่โจทก์จะเข้าใช้สถานที่ จำเลยกลับบอกเลิกสัญญา โดยไม่มีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น จำเลยย่อมต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาประเด็นเรื่องค่าเสียหายแล้วพิพากษาศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยคืนค่าเช่าพร้อมทั้งดอกเบี้ยเป็นเงิน 1,147 บาท 50 สตางค์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย เนื่องแต่โจทก์ขาดผลประโยชน์ไม่ได้ทำสวนตามสัญญาเช่า คิดเฉลี่ยเป็นเงินปีละ 3,000 บาท 3 ปีเป็นเงิน 9,000 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาเช่ารายนี้ จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งเดือน การเช่าสวนรายนี้ได้กำหนดค่าเช่ากันเป็นรายปี การบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อเลิกสัญญานั้นจึงหมายว่าต้องกระทำไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนก่อนสุดระยะเวลา 1 ปีโจทก์จึงมีสิทธิได้รับชดใช้ค่าเสียหายเพราะขาดผลประโยชน์ชั่วระยะเวลา 1 ปีแรกเท่านั้นส่วนค่าเสียหายควรคิดเป็นจำนวนเงินเท่าใดนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าในปี พ.ศ. 2489 นั้น โจทก์ควรจะได้ส้มทั้งสวนอย่างสูง 20,000 ผล ราคาร้อยละ 50 บาทเป็นเงิน 10,000 บาท หักค่าใช้จ่ายที่จะต้องลงทุน เช่น ค่าอุปกรณ์การทำสวนส้ม และค่าแรงงานซึ่งโจทก์จะต้องใช้สิ้นเปลืองไปเป็นเงินประมาณ 4,000 บาทกับค่าเช่า ซึ่งโจทก์จะต้องเสีย แต่ได้เรียกคืนไปแล้วอีก 1,000 บาท รวมทั้งหมดเป็นเงิน 5,000 บาท ค่าเสียหายที่โจทก์น่าจะได้ จึงไม่ควรเกิน 5,000 บาทจึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงินทั้งหมด เป็นเงิน 5,000 บาท นอกนั้นยืน