คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้อาวุธมีดแทงนายสมตายโดยเจตนาขอให้ลงโทษตาม มาตรา 249ครั้งแรกจำเลยให้การว่าใช้มีดแทงนายสมตายจริงโดยเข้าใจว่าเป็นคนร้ายเข้าลักทรัพย์ในบ้านจำเลย ๆ ป้องกันตัวและทรัพย์ต่อมาจำเลยยื่นคำให้การใหม่ปฏิเสธตลอดข้อหาศาลชั้นต้นเชื่อว่าความจริงเป็นดังจำเลยให้การชั้นสอบสวนว่าได้แทงขณะคนร้ายลงจากหน้าต่าง พอเท้าถึงดินจำเลยจึงได้เข้าแทงและเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวและทรัพย์เกินกว่าเหตุแต่เจตนาของจำเลยมิได้ตั้งใจฆ่าพิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 251-50 แต่ให้ลงโทษจำคุก 2 ปีตาม มาตรา 53 จำเลยเพียง อายุ 18 ลดกึ่งคงจำ 1 ปี และปรานีตาม มาตรา 59 ลดให้อีก 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน และให้รอการลงโทษจำเลยไว้ 1 ปีโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าที่จำเลยกระทำไปนั้นพอสมควรแก่เหตุตาม มาตรา 50 แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์ก็ยกฟ้องโจทก์ได้พิพากษากลับให้ยกฟ้องปล่อยจำเลยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่ารูปคดีแสดงให้เห็นไปข้างจำเลยว่า จำเลยได้แทงนายสมในขณะที่นายสมกับจำเลยยืนประจันหน้ากันอยู่ นายสมจะได้เงื้อมีดทำท่าจะแทงจำเลยจริงหรือไม่ก็ตาม แต่กริยาที่นายสมห้อยโหนลงมาจากหน้าต่างเรือนของจำเลยในดึกดื่น ทั้งเป็นเวลาเดือนมืดและได้ลงมายืนประจันหน้ากับจำเลยเช่นนั้น ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้จำเลยเข้าใจว่าเป็นขโมยขึ้นลักทรัพย์ และอาจจะทำร้ายจำเลยอันเป็นภยันตรายซึ่งเกิดขึ้นโดยผิดกฎหมาย และจำเลยจะรู้ไม่ได้ว่านายสมไม่มีศาสตราวุธที่ร้ายแรงพอจะทำลายชีวิตจำเลยได้ ฉะนั้นการที่จำเลยแทงเอานายสมเสียก่อนก็ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยกระทำเพื่อป้องกันชีวิตของจำเลย แม้จำเลยจะได้แทงโดยแรง โดยอาจแลเห็นผลว่าจะทำให้นายสมถึงตายได้แต่จำเลยได้กระทำในเวลาฉุกละหุกฉุกเฉินเช่นนั้น จะว่าจำเลยกระทำเกินสมควรแก่เหตุหาได้ไม่การกระทำของจำเลยจึงได้รับยกเว้นอาญาตามกฎหมายอาญา มาตรา 50
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน