Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14516/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิเรียกร้องอันมีต่อ อ. เจ้ามรดก ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ อ. ซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการมรดกโดยทั่วไปหรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกดังกล่าวให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ที่เจ้ามรดกทำไว้กับโจทก์ซึ่งต้องฟ้องภายในกำหนด 1 ปี นับแต่เมื่อได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม หาได้เป็นกรณีที่โจทก์ในฐานะเจ้าของทรัพย์สินใช้สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ที่ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ไม่ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 7824/2550 หมายเลขแดงที่ 2979/2551 ของศาลชั้นต้นที่นำมาผูกรวมกับคดีนี้ว่า โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้กองมรดกรู้ถึงความตายของ อ. ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2549 เมื่อนับแต่วันดังกล่าวจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 26 มิถุนายน 2551 จึงพ้นกำหนด 1 ปี คดีเป็นอันขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 707,680 บาท แก่โจทก์ และให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 92,820 บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 2,730 บาท หรือวันละ 91 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 800,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า นายอานนท์ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน กย 9754 เชียงใหม่ จากโจทก์ ราคาเช่าซื้อ 772,542 บาท ตกลงแบ่งชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือนรวม 60 งวด งวดละ 12,875.70 บาท เริ่มผ่อนชำระงวดแรกวันที่ 10 เมษายน 2548 และงวดถัดไปทุกวันที่ 10 ของเดือน มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม นายอานนท์ผิดนัดโดยไม่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญา โจทก์มีหนังสือทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว นายอานนท์ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2548 ต่อมาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2549 ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายอานนท์ ตามสำเนาคำสั่งศาลจังหวัดลำปาง

ก่อนฟ้องคดีนี้ โจทก์เคยฟ้องนางสมหวัง ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายอานนท์และจำเลยที่ 2 คดีนี้ต่อศาลชั้นต้นให้ร่วมกันรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์ แต่ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้อง เนื่องจากศาลมีคำสั่งตั้งให้นายถิน เป็นผู้จัดการมรดกของนายอานนท์จึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 7824/2550 หมายเลขแดงที่ 2979/2551 ของศาลชั้นต้นที่นำมาผูกรวมกับคดีนี้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนายจรัญ ผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์ซึ่งทำหน้าที่จัดเตรียมรวบรวมเอกสารและเร่งรัดหนี้สินเป็นพยานเบิกความเพียงว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายอานนท์ผู้เช่าซื้อซึ่งผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ และเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้ออยู่โดยมิชอบจึงมีหน้าที่และความรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาสนับสนุนให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ

ทั้งยังปรากฏข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรเอกสารท้ายฟ้องว่านายอานนท์มิได้พักอาศัยหรือมีภูมิลำเนาแห่งเดียวกันกับจำเลยที่ 1 โดยนายอานนท์อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 8 ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ส่วนจำเลยที่ 1 อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นรถยนต์ที่เช่าซื้อ เมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของโจทก์ว่าให้ชำระค่าเช่าซื้อแทนนายอานนท์ จำเลยที่ 1 แจ้งกลับไปว่าไม่มีเงินชำระหนี้และไม่สามารถคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อให้ได้เนื่องจากไม่เคยเห็นมาก่อนอันเป็นการยืนยันต่อโจทก์ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อไว้

พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังว่ารถยนต์ที่เช่าซื้ออยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องของโจทก์เป็นกรณีที่โจทก์ในฐานะเจ้าหน้าหนี้ผู้มีสิทธิเรียกร้องอันมีต่อนายอานนท์เจ้ามรดกฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายอานนท์ซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการมรดกโดยทั่วไปหรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกดังกล่าวให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ที่เจ้ามรดกทำไว้กับโจทก์ซึ่งต้องฟ้องภายในกำหนด 1 ปี นับแต่เมื่อได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม หาได้เป็นกรณีที่โจทก์ในฐานะเจ้าของทรัพย์สิน ใช้สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ที่ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ตามมาตรา 1336 ไม่

เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์ในคดีแพ่ง หมายเลขดำที่ 7824/2550 หมายเลขแดงที่ 2979/2551 ของศาลชั้นต้นที่นำมาผูกรวมกับคดีนี้ว่า โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้กองมรดกรู้ถึงความตายของนายอานนท์ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2549 เมื่อนับแต่วันดังกล่าวจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 26 มิถุนายน 2551 จึงพ้นกำหนด 1 ปี คดีเป็นอันขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาญวิทย์ รักษ์กุลชน · เกษม เกษมปัญญา · ประสิทธิ์ สนามชวด
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอนันต์ ปัทมาคม
ศาลอุทธรณ์ - นายแก้ว เวศอุไร
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พณ.375/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ5463/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1420/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2563

คดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5172/2547 ของศาลแขวงสมุทรปราการซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยกล่าวหาว่าการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดกที่ดินพิพาท มีประเด็นเป็นเรื่องเดียวกัน คือ ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4268/2562

จำเลยที่ 1 และ ก. อยู่กินฉันสามีภริยากันมาตั้งแต่ปี 2496 ภายหลังพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พุทธศักราช 2477 โดยมิได้จดทะเบียนสมรส แต่จำเลยที่ 1 ได้เข้าครอบครองทำป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21897/2556

โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมและในฐานะผู้จัดการมรดกของมารดาโจทก์ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทซึ่งอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกของมารดาโจทก์คืนจากจำเลยทั้งสาม จึงเป็นการเรียกที่ดินพิพาทคืนจากจำเลยทั้งสามในฐานะเจ้าของกรรมสิทธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2553

ประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดขึ้นใหม่ว่า โจทก์ที่ 1 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 2 ฟ้องคดีนี้หรือไม่ ถือเป็นการกำหนดประเด็นข้อพิพาทไปตามข้ออ้างข้อเถียงในคำฟ้องและคำให้การของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพราะประเด็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8672/2553

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์และขออนุญาตอุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตแต่การที่โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้าน ทั้งศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา ถือว่าศาลชั้นต้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้