Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1455/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 ขายเครื่องจักรผลิตปุ๋ยเคมีซึ่งมีหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรให้โจทก์ โจทก์ชำระราคาครบถ้วนและรับมอบเครื่องจักรแล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ซึ่งการโอนกรรมสิทธิ์ต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 ด้วย ดังนั้นกรรมสิทธิ์ในตัวทรัพย์คือเครื่องจักรจึงยังไม่เปลี่ยนมือไปยังโจทก์ แม้จำเลยที่ 2 ใช้ให้จำเลยที่ 1 ไปพูดหลอกลวงโจทก์เพื่อขอรับหนังสือสำคัญการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรและโจทก์หลงเชื่อมอบหนังสือดังกล่าวให้ไป การกระทำของจำเลยทั้งสองก็ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงเพราะหนังสือนั้นเป็นของจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2นำไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรให้จำเลยที่ 1ต่อเจ้าพนักงานจึงมิใช่เป็นการแจ้งความเท็จหรือกล่าวเท็จเพื่อให้เจ้าหน้าที่จดแจ้งข้อความลงในเอกสารอันจะเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,267 จำเลยที่ 2 โอนหุ้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 137 ป.อ. มาตรา 267 ป.อ. มาตรา 341 ป.พ.พ. มาตรา 458 ป.พ.พ. มาตรา 1078 ป.พ.พ. มาตรา 1299 พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ.2514 มาตรา 3 พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ.2514 มาตรา 5 พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ.2514 มาตรา 12

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยที่ 2 ขายเครื่องจักรผลิตปุ๋ยเคมีซึ่งมีหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรให้โจทก์ โจทก์ชำระราคาครบถ้วนและรับมอบเครื่องจักรแล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ซึ่งการโอนกรรมสิทธิ์ต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 ด้วย ดังนั้นกรรมสิทธิ์ในตัวทรัพย์คือเครื่องจักรจึงยังไม่เปลี่ยนมือไปยังโจทก์ แม้จำเลยที่ 2 ใช้ให้จำเลยที่ 1 ไปพูดหลอกลวงโจทก์เพื่อขอรับหนังสือสำคัญการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรและโจทก์หลงเชื่อมอบหนังสือดังกล่าวให้ไป การกระทำของจำเลยทั้งสองก็ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงเพราะหนังสือนั้นเป็นของจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2นำไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรให้จำเลยที่ 1ต่อเจ้าพนักงานจึงมิใช่เป็นการแจ้งความเท็จหรือกล่าวเท็จเพื่อให้เจ้าหน้าที่จดแจ้งข้อความลงในเอกสารอันจะเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,267 จำเลยที่ 2 โอนหุ้นให้โจทก์หมดแล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงให้โจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดแทน

จำเลยที่ 2 ยังคงอยู่ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการ การที่จำเลยที่ 2 ไปทำนิติกรรมโอนขายเครื่องจักรในนามของห้างหุ้นส่วนจำกัดให้แก่จำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267ซึ่งเป็นกรรมเดียวกัน และมาตรา 341 รวมสองกระทง จำคุกคนละ 1 ปีปรับคนละ 4,000 บาท รอการลงโทษไว้ 2 ปี โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองกล่าวหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหลายมาตรา ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คงมีคำสั่งประทับฟ้องเฉพาะข้อหาตามมาตรา 341, 137, 267, 83, 90 และ 91ซึ่งตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบพอสรุปได้ว่า จำเลยที่ 2ได้ตกลงขายเครื่องจักรผลิตปุ๋ยเคมีให้โจทก์จำนวน 9 เครื่องโจทก์ได้ชำระราคาครบถ้วนและรับมอบเครื่องจักรจำนวนดังกล่าวจากจำเลยที่ 2 แล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อมาจำเลยทั้งสองได้สมคบกันด้วยเจตนาทุจริต โดยจำเลยที่ 1ได้กล่าวเท็จหลอกลวงโจทก์ขอรับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร

อ้างว่าจะนำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลางเพื่อให้มีการตรวจสอบเครื่องหมายและหมายเลขเครื่องจักรทั้ง 9 เครื่องดังกล่าว ซึ่งความจริงมิได้มีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบแต่ประการใด โจทก์หลงเชื่อจึงมอบหนังสือสำคัญการจดทะเบียนเครื่องจักรให้จำเลยที่ 1 ไป แล้วจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันแจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงาน จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรทั้ง 9 เครื่องให้กับจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2ผู้โอนกระทำในนามของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานปุ๋ยผลดีอุตสาหกรรมในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งเป็นความเท็จเพราะจำเลยที่ 2ได้โอนหุ้นให้โจทก์หมดแล้ว แต่ยังมิได้ไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงให้โจทก์เป็นผู้จัดการจำเลยทั้งสองนำสืบว่า โจทก์ได้มาติดต่อขอซื้อเครื่องจักร9 เครื่องจากจำเลยที่ 2 โดยเอารถยนต์โตโยต้าหนึ่งคันตีราคาหนึ่งแสนบาทมาวางเป็นค่ามัดจำ

ต่อมาโจทก์ผิดสัญญาโดยเช็คที่โจทก์ออกให้ชำระค่าเครื่องจักรที่เหลือขึ้นเงินไม่ได้ โจทก์ยอมให้จำเลยริบรถยนต์ที่วางมัดจำไว้นายกวีสามีจำเลยที่ 1 มาซื้อเครื่องจักรจากจำเลยที่ 2 เมื่อได้มีการเจรจาตกลงกันแล้ว จำเลยที่ 2จึงได้โอนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรทั้ง 9 เครื่องให้กับจำเลยที่ 1พร้อมทั้งมอบหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้กับจำเลยที่ 1 ไปการกระทำของจำเลยทั้งสองกระทำไปโดยสุจริตมิได้ใช้อุบายหลอกลวงโจทก์แต่ประการใดในเบื้องต้นเห็นสมควรพิจารณาก่อนว่า กฎหมายที่เกี่ยวกับเครื่องจักรอันเป็นมูลให้เกิดข้อกล่าวหากันในทางอาญาระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองในคดีนี้นั้นได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับทรัพย์ชนิดนี้ไว้อย่างไรพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักรพ.ศ. 2514 มาตรา 3 ได้ให้คำจำกัดความคำว่า

"จดทะเบียนเครื่องจักร"หมายถึงการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ หรือการจดทะเบียนนิติกรรมอย่างอื่นในภายหลัง จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงว่าเครื่องจักรใดเมื่อได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์แล้วย่อมสามารถนำไปจดทะเบียนนิติกรรมประเภทอื่นได้ด้วยเช่นการจดทะเบียนจำนองหรือขายฝากตามมาตรา 5 และมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันนอกจากนี้มาตรา 12 ก็บัญญัติว่า ในกรณีที่เครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้แล้วได้มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญไปจากรายการที่ได้จดทะเบียนไว้ให้ผู้ถือหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเกี่ยวกับเครื่องจักรนำหนังสือสำคัญการจดทะเบียนมาขอจดทะเบียนใหม่ต่อนายทะเบียนที่ได้ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนนั้น ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลง

ฉะนั้น หากมีการจดทะเบียนนิติกรรมในลักษณะใดก็ย่อมต้องบังคับตามบทบัญญัติในลักษณะนั้น ๆและถือว่าเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์แล้วย่อมเปลี่ยนสถานะจากสังหาริมทรัพย์ธรรมดากลายมาเป็นสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ การโอนกรรมสิทธิ์จึงต้องทำการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 ด้วยมิฉะนั้นถือว่าไม่สมบูรณ์ ฉะนั้น โดยผลของกฎหมายดังกล่าวตราบใดที่โจทก์และจำเลยที่ 2 ยังมิได้ทำการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในตัวทรัพย์คือเครื่องจักรจึงยังไม่เปลี่ยนมือไปยังโจทก์และจากข้อเท็จจริงตามฟ้องและทางนำสืบของโจทก์ก็ยอมรับว่าการซื้อขายนี้ยังไม่ได้จดทะเบียน ดังนั้น ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 2ใช้ให้จำเลยที่ 1 ไปพูดหลอกลวงโจทก์เพื่อขอรับหนังสือสำคัญการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร และโจทก์หลงเชื่อจึงมอบหนังสือสำคัญดังกล่าวให้ไปอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงนั้นหากความจริงจะเป็นดังโจทก์ว่า

การกระทำของจำเลยทั้งสองก็ยังไม่เข้าองค์ประกอบเป็นความผิด เพราะหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนนั้นเป็นของจำเลยที่ 2 ฉะนั้น เมื่อจำเลยที่ 2นำไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรให้จำเลยที่ 1 ต่อเจ้าพนักงานจึงมิใช่เป็นการแจ้งความเท็จ หรือกล่าวเท็จเพื่อให้เจ้าหน้าที่จดแจ้งข้อความลงในเอกสารตามที่โจทก์กล่าวหา และสำหรับหุ้นที่โจทก์อ้างว่า จำเลยที่ 2 ได้โอนให้โจทก์หมดแล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงให้โจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานปุ๋ยผลดีอุตสาหกรรมนั้น เห็นว่าโดยนิตินัยจำเลยที่ 2 ยังคงอยู่ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างฯดังกล่าว การที่จำเลยที่ 2 ไปทำนิติกรรมโอนขายเครื่องจักรในนามของห้างฯ ขายให้แก่จำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จเช่นกัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยเป็นเรื่องโต้แย้งสิทธิกันในทางแพ่งเท่านั้นหามีมูลเป็นความผิดทางอาญาแต่ประการใดไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น และเมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไปอีก"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · ทวี กสิยพงศ์ · เสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2086/2567

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยว่าจำเลยมอบอำนาจให้ ม. ยืนคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมกรรมการของบริษัท ด. โดยมีกรรมการเข้าใหม่ 1 คน คือ พ. และกรรมการออกจากตำแหน่ง 2 คน คือ โจทก์ทั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2566

การบรรยายฟ้องความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต้องระบุชัดเจนถึงข้อความเท็จนั้นว่ามีข้อความเป็นอย่างไร และความจริงเป็นอย่างไร คำฟ้องของโจทก์บรรยายเพียงว่า จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4109/2565

จำเลยได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 (1) และ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 10 บัญญัติว่า บทบัญญัติมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3823/2563

สัญญาบันทึกข้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายมี ส. และผู้เสียหายร่วมลงลายมือชื่อเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่า ผู้เสียหายยินยอมชำระเงินให้แก่ ส. ซึ่งเป็นตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจช่วงของบริษัท ด. โดยเอกสารดังกล่าวมีห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2559

แม้ข้อความที่จำเลยแจ้งจะเป็นความเท็จเพราะความจริงโฉนดที่ดินอยู่ที่ ภ. และจำเลยนำรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานที่เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จไปใช้อ้างเพื่อขอให้ออกใบแทนโฉนดที่ดินก็ตาม แต่ก็เป็นเร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้