Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1461/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้วางเงินค้ำประกันในการเข้าทำงานกับจำเลยไว้ด้วยโดยในสัญญาจ้างตกลงกันว่าจำเลยจะคืนเงินค้ำประกันเมื่อโจทก์ทำงานครบ 6 เดือน และลาออกโดยบอกกล่าวล่วงหน้า 7 วัน แต่จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างให้ตรงตามเวลาที่ตกลงกัน โจทก์จึงลาออกก่อนครบ 6 เดือน และโดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า 7 วัน กรณีนี้จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเดือนแก่โจทก์ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงทั้งที่โจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้แก่จำเลยตามสัญญาแล้ว ย่อมถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงจะถือเอาประโยชน์แห่งสัญญา โดยริบเงินค้ำประกันของโจทก์ไว้หาได้ไม่ ต้องคืนแก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงิน 800 บาท ให้แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2523 จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ทำหน้าที่ยาม โดยจำเลยตกลงจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์เดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันที่ 16 ของเดือน ในการที่โจทก์เข้าทำงานกับจำเลยได้วางเงินค้ำประกันไว้กับจำเลยจำนวน 800 บาทด้วย ตามใบสมัครงานเอกสารหมาย ล.2 และสัญญาจ้างเอกสารหมาย ล.3 และได้ตกลงกันว่า จำเลยจะคืนเงินค้ำประกันเมื่อโจทก์ทำงานครบ 6 เดือนแล้ว และลาออกโดยบอกกล่าวล่วงหน้า 7 วัน ต่อมาจำเลยมิได้จ่ายค่าจ้างสำหรับเดือนธันวาคม 2523 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2523 กลับจ่ายให้ในวันที่ 12 มกราคม 2524 และมิได้จ่ายค่าจ้างสำหรับเดือนธันวาคม และมกราคม 2524 ในวันที่ 16 มกราคม 2524 แต่จะจ่ายให้ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2524 โจทก์ไม่มีเงินใช้ จำเป็นต้องหางานอื่นทำ จึงลาออกก่อนครบ 6 เดือน และโดยมิได้บอกกล่าวจำเลยล่วงหน้า 7 วัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธิรับเงินค้ำประกันตามสัญญาหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า อันสัญญานั้นก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่แก่สัญญาคือทั้งโจทก์และจำเลย กรณีนี้จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเดือนแก่โจทก์ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ทั้งที่โจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ยามให้แก่จำเลยตามสัญญาแล้วย่อมถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจนเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถทำงานกับจำเลยต่อไปได้ เนื่องจากไม่มีเงินใช้ จำต้องหางานใหม่ จึงลาออกไปเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายก่อให้เกิดการผิดสัญญาขึ้นเอง จึงจะถือเอาประโยชน์แห่งสัญญา โดยริบเงินค้ำประกันของโจทก์ไว้หาได้ไม่ ต้องคืนให้แก่โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3680/2567

บ. เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ตำแหน่งช่างเจียระไน โดยมีข้อเสนอนอกเหนือจากงานในตำแหน่งช่างเจียระไน ว่า จำเลยที่ 1 เสนอให้ บ. รับผลิตงานเพิ่มเติม ตามสัญญาการทำงาน ข้อ 2 แต่การรับผลิตงานเพิ่มเติมดังกล่าวจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2566

แม้คดีก่อนมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยฟ้องเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง และเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจากโจทก์ได้ดังฟ้องของจำเลยเพียงใดหรือไม่ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2566

แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า โจทก์มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 แต่ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 4 ให้คำนิยามความหมายของคำว่า "หน่วยงานของรัฐ" ว่า กระท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 308/2563

คู่ความตกลงท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาในคดีที่ ส. สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ฟ้องบรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. บริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และโจทก์ทั้งสองเป็นจำเลยร่วมกันขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้