Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จะถือว่าการเช่าได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯ หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาว่าเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือไม่เป็นหลัก ถ้าเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยแม้จะใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจการค้า ฯ ด้วย ก็ย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่ถ้าไม่ใช่เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย แต่เพื่อประกอบธุรกิจการค้า ฯ แม้จะอยู่อาศัยด้วยก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง การที่จะวินิจฉัยว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการค้านั้น จะต้องคำนึงถึงความเป็นจริงแห่งการเช่าเป็นสำคัญ จะเพ่งเล็งเฉพาะข้อความในสัญญาเป็นประมาณไม่ได้ เช่าที่ดินเนื้อที่เพียง 104 ตารางวา ปลูกบ้านไว้ถึง 8 หลัง ใช้อยู่อาศัยส่วนตัวเพียงหลังเดียว นอกนั้นปลูกให้คนอื่นเช่าเพื่อหาผลประโยชน์จากค่าเช่า แม้สัญญาเช่าจะระบุว่าเช่าเพื่อปลูกบ้านอาศัยก็ตาม การใช้ที่เช่าก็ผิดจากจุดประสงค์ของการเช่าตามที่ระบุไว้ในสัญญาแล้ว แม้จะมีบ้านที่ใช้อยู่อาศัยเองหลังหนึ่ง ก็ยังต้องถือว่าเช่าที่รายนี้เพื่อการค้า การที่ผู้ให้เช่าที่ดินให้ความยินยอมในการที่ผู้เช่าเอาบ้านให้เช่านั้น หามีผลให้การเช่าเพื่อการค้าเปลี่ยนไปเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 มาตรา 5 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 มาตรา 16 ป.พ.พ. มาตรา 564

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์เนื้อที่ ๑๐๔ ตารางวา ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง จำเลยนำที่ดินนี้ไปหาประโยชน์โดยปลูกโรงเรือนให้ผู้อื่นเช่า บัดนี้ สิ้นอายุการเช่าแล้ว โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ขอให้บังคับให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไปและส่งที่พิพาทคืน

จำเลยให้การว่า เช่าเพื่ออยู่อาศัยเอง ที่ดินที่เหลือจากปลูกเคหะอยู่อาศัยก็ต่อเนื่องเป็นบริเวณเคหะอยู่อาศัยก็ต่อเนื่องเป็นบริเวณเคหะที่จำเลยอยู่อาศัยจำเลยปลูกบ้านเล็ก ๆ หลายหลังให้ญาติอยู่อาศัยแล้วต่อมาให้เช่าโดยโจทก์ยินยอม จำเลยยังอยู่อาศัยในเคหะซึ่งปลูกในที่ดินนี้ จึงได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ คู่ความแถลงการรับข้อเท็จจริงกันบางประการแล้วแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ขอให้ศาลชี้ขาดในข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไปและส่งที่ดินพิพาทแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ๑. การที่จะถือว่าการเช่าของจำเลยจะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ หรือไม่นั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือไม่เป็นหลัก หากว่าเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว จะใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจการค้า ฯ ด้วยหรือไม่ก็ตาม ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าวนั้น แต่ถ้าไม่ใช่เช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย หากแต่เช่าเพื่อประกอบธุรกิจการค้า ฯ แม้จะอยู่อาศัยด้วยก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง ดังที่ฎีกาที่ ๕๙๕/๒๔๙๘ วางหลักไว้แล้ว ๒. การที่จะวินิจฉัยว่า การเช่ารายนี้เป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยหรือว่าเช่าเพื่อการค้านั้น ศาลจะต้องคำนึงถึงความเป็นจริงแห่งการเช่าเป็นสำคัญ

จะเพ่งเล็งเฉพาะข้อความในสัญญาเป็นประมาณมิได้ ที่เช่ารายนี้มีเนื้อที่ ๑๐๔ ตารางวามีบ้านของจำเลยปลูกไว้ถึง ๘ หลัง และคู่ความก็แถลงรับกันว่าจำเลยปลูกอยู่อาศัยเป็นส่วนตัวเพียงหลังเดียว ส่วนอีก ๗ หลังนั้นจำเลยปลูกให้คนอื่นเช่า ทั้งจำเลยไม่ได้นำสืบว่ามิได้ให้เช่าบ้านเพื่อหาประโยชน์ในการค้า ก็ต้องฟังว่าเพื่อหาผลประโยชน์เป็นค่าเช่าอันมีลักษณะเป็นการค้า การใช้ที่เช่ารายนี้จึงผิดจากจุดประสงค์ของการเช่าตามที่ระบุไว้ในสัญญา แม้จะมีบ้านที่จำเลยใช้อยู่อาศัยเองหลังหนึ่ง ก็ยังต้องถือว่าจำเลยเช่าที่รายนี้เพื่อการค้าอยู่นั่นเอง การเช่าของจำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครอง ๓. การที่โจทก์ให้ความยินยอมในการที่จำเลยเอาบ้านให้เช่านั้น มีผลเพียงว่าจำเลยไม่ได้ทำผิดสัญญาเช่าเท่านั้น หามีผลให้การเช่าเพื่อการค้าเปลี่ยนไปเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้ไม่ เมื่อการเช่าของจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ สัญญาเช่าก็สิ้นอายุและโจทก์ได้บอกเลิกการเช่าโดยชอบแล้ว จำเลยไม่ยอมออกไป โจทก์ก็ย่อมฟ้องจำเลยได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โพยม เลขยานนท์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · เจน เวชศิลป์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวรุณ นุมานิต
ศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเศียน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2510

จำเลยได้เช่าที่พิพาทซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2502 ที่พิพาทจึงเป็นที่ดินซึ่งผู้ให้เช่าและผู้เช่าตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันประกาศพระราชบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 182/2506

สัญญาเช่าห้องแถวระบุว่า ให้เช่าเป็นที่อยู่และค้าขายแต่ตามข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้เช่าเช่าด้วยเจตนาประกอบธุรกิจการค้าเป็นส่วนสำคัญ แม้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2504

เดิมที่ดินและตึกพิพาทเป็นของโจทก์ ให้ผู้ร้องเช่าอยู่อาศัยอันได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯมาก่อนแล้วต่อมาโจทก์โอนขายตึกให้จำเลยโดยไม่ขายที่ดินจำเลยรับซื้อตึกแล้วขอเช่าที่ดินเพียง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1449/2503

สัญญาเช่าห้องพิพาทเพื่อการค้าซึ่งมีกำหนดเวลาเช่า 3 ปี มีข้อสัญญากันไว้ด้วย ว่า หากมีเหตุอัคคีภัย ทำให้สถานที่เช่าเป็นอันตรายไปส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดก่อนครบ 3 ปี ถึงไม่ต้องบอกล่วงหน้าก็ให้ถือว่าสัญญาขาดอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 48026)

สัญญาที่เจ้าของที่ดินให้ผู้เช่าที่ดินปลูกตึกรายพิพาท แล้วให้ตึกพิพาทตกเป็นของเจ้าของที่ดินแต่ให้ผู้เช่าที่ดินเอาตึกไปให้ผู้อื่นเช่าได้มีกำหนดระยะเวลา 6 ปี สัญญานี้ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้