Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1471/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยรับเงินจากโจทก์ในนามของวัด บ. ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์ มิใช่รับเงินจากโจทก์ในนามส่วนตัว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินให้โจทก์เป็นการส่วนตัว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2520 จำเลยได้รับฝากเงินจากโจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 20,000 บาท ตกลงให้ดอกเบี้ยโจทก์ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน จำเลยไม่เคยให้ดอกเบี้ยโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองเรียกเงินจากจำเลยคืน จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 34,258 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองและชาวบ้านมอบให้วัดยางยี่แสเป็นตัวแทนนำเงินไปให้บุคคลผู้มีชื่อกู้ยืมในนามของวัดยางยี่แสขณะนั้นจำเลยเป็นเจ้าอาวาสวัดยางยี่แสอยู่ โจทก์ทั้งสองจึงให้จำเลยทำนิติกรรมรับฝากเงินไว้ โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะจำเลยไม่ได้ทำในนามของตนเอง

โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวจึงไม่ชอบ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องขึ้นไปภายใน 5 ปี และนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทในชั้นอุทธรณ์ตามคำแก้อุทธรณ์ของจำเลย ซึ่งศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยอยู่ว่าจำเลยรับเงินจากโจทก์ทั้งสองในนามของวัดยางยี่แสซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์ทั้งสองหรือรับเงินจากโจทก์ทั้งสองในนามส่วนตัว ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยก่อนโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องและทางนำสืบของโจทก์ทั้งสองที่อ้างว่าจำเลยรับฝากเงินไว้จากโจทก์ทั้งสองโดยตกลงจะให้ดอกเบี้ยนั้น โดยเนื้อแท้อาจเข้าลักษณะของการกู้ยืมเงินยิ่งกว่าเป็นการรับฝากทรัพย์ แต่ตามนามบัตรเอกสารหมาย จ.1 ที่จำเลยออกให้ไว้เป็นหลักฐานแก่โจทก์ทั้งสองนั้นระบุว่าเป็นการรับฝากเงินมิใช่จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ทั้งสอง จึงแสดงให้เห็นเจตนาของคู่กรณีว่ามิได้ประสงค์จะกู้ยืมเงินกัน แต่น่าเชื่อตามที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์ทั้งสองนำเงินมามอบให้จำเลยในฐานะเจ้าอาวาสวัดยางยี่แสไว้เพื่อหาประโยชน์ โดยจำเลยในฐานะเจ้าอาวาสวัดยางยี่แสได้นำเงินที่รับจากโจทก์ทั้งสองและชาวบ้านไปให้นางบุญมากู้ยืมปรากฏตามหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย

ล.1 แต่ต่อมานางบุญมาหลบหนีไม่ชำระคืนเงินกู้ยืมแก่วัดยางยี่แส ซึ่งโจทก์ที่ 1 ก็ได้เบิกความถึงเรื่องนี้เจือสมทางนำสืบของจำเลยว่าโจทก์ที่ 1 ทราบจากชาวบ้านว่านางบุญมาโกงเงินวัดยางยี่แส ซึ่งวัดเอาเงินมาจากชาวบ้านอีกทีหนึ่ง จากพฤติการณ์แห่งคดีและพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยดังกล่าว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยรับเงินจากโจทก์ทั้งสองในนามของวัดยางยี่แส ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์ทั้งสองมิใช่รับเงินจากโจทก์ทั้งสองในนามส่วนตัว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินให้โจทก์ทั้งสองเป็นการส่วนตัว เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วในประเด็นตามฎีกาของจำเลยที่ว่าการที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยรับเงินจากโจทก์ทั้งสองในนามส่วนตัวมิใช่ในนามวัดยางยี่แส แต่รับไว้ในฐานะเป็นตัวแทนของโจทก์ทั้งสองนำไปให้นางบุญมากู้ยืมจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินให้โจทก์ทั้งสองนั้นเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นจากคำให้การหรือไม่ จึงไม่จำต้องวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้