Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขู่เข็ญให้ผู้เสียหายนำเงิน 5,500 บาท มามอบให้เป็นค่าไถ่โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายที่จำเลยรับมาจากคนร้ายที่ลักทรัพย์ และหากไม่นำมาให้จะไม่ได้รับโทรศัพท์คืนจำเลยจะนำไปขายให้แก่บุคคลอื่น เข้าลักษณะเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญคือขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปซึ่งทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและยินยอมจะนำเงิน 5,500 บาท ไปให้จำเลยจึงเข้าลักษณะความผิดฐานกรรโชก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2545 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง มีคนร้ายเข้าไปในห้องพักเลขที่ 502 หอพักไวยหงษ์ อันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของนางสาวสิรินุช คุรุเมธากร นายจตุพล เพชรชนะ และนายอัษฎาวุธ คุรุเมธากร ผู้เสียหายทั้งสาม แล้วลักเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกีย รุ่น 8210 จำนวน 1 เครื่อง ราคา 7,000 บาท ของนางสาวสิรินุชผู้เสียหายที่ 1 นาฬิกาข้อมือยี่ห้อทีมโก้ จำนวน 1 เรือน ราคา 300 บาท กระเป๋าสตางค์พร้อมเงินสดจำนวน 2,500 บาท ของนายจตุพลผู้เสียหายที่ 2 และกระเป๋าสตางค์พร้อมเงินสดจำนวน 900 บาท ของนายอัษฎาวุธผู้เสียหายที่ 3 ซึ่งเก็บรักษาไว้ในเคหสถานดังกล่าวไปโดยทุจริต ต่อมาในวันเดียวกันเวลากลางวัน

เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่และนาฬิกาข้อมือของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ทั้งนี้จำเลยเป็นคนร้ายที่ลักทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสาม หรือมิฉะนั้นจำเลยรับของโจร โดยช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ๆ ซึ่งโทรศัพท์เคลื่อนที่และนาฬิกาข้อมือของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ไว้จากคนร้าย โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำผิดเข้าลักษณะลักทรัพย์ และเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2545 เวลากลางวัน ภายหลังจากที่จำเลยได้กระทำความผิดดังกล่าวแล้ว จำเลยได้กรรโชกทรัพย์โดยขู่เข็ญข่มขืนใจผู้เสียหายที่ 1 ให้ยอมให้หรือยอมจะให้เงินจำนวน 5,500 บาท แก่จำเลยเพื่อเป็นค่าไถ่โทรศัพท์คืน

หากผู้เสียหายที่ 1 ไม่ยอมมอบเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้เสียหายที่ 1 จะไม่ได้รับโทรศัพท์คืน โดยจำเลยจะนำโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวไปขายให้แก่ผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ผู้ถูกข่มขืนใจเกิดความกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อทรัพย์สินของตนเองโดยจะไม่ได้รับโทรศัพท์ดังกล่าวคืนมา ผู้เสียหายที่ 1 จึงยอมที่จะมอบเงินจำนวน 5,500 บาท ให้แก่จำเลยตามที่ถูกจำเลยขู่เข็ญข่มขืนใจ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 337, 357, 91 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 เป็นเงินรวม 3,400 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรและกรรโชก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคแรก, 357 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกรรโชกจำคุก 2 ปี ฐานรับของโจรจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี สำหรับความผิดฐานลักทรัพย์และส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 เป็นเงิน 3,400 บาท ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 18 ปีเศษ ลดมาตรส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน ให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาความผิดฐานกรรโชก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีความผิดฐานกรรโชกหรือไม่ ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยได้บังอาจกรรโชกทรัพย์โดยขู่เข็ญข่มขืนใจนางสาวสิรินุช คุรุเมธากร ผู้เสียหายที่ 1 ให้ยอมให้หรือยอมจะให้เงินจำนวน 5,500 บาท ซึ่งเป็นประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินแก่จำเลยโดยจำเลยขู่เข็ญข่มขืนใจผู้เสียหายที่ 1 ว่า จะทำอันตรายแก่โทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหายที่ 1 ที่ถูกลักเอาไป หากผู้เสียหายที่ 1 ต้องการโทรศัพท์คืนให้ผู้เสียหายที่ 1 นำเงิน 5,500 บาท ไปมอบให้แก่จำเลยเพื่อเป็นค่าไถ่โทรศัพท์ หากไม่ยอมมอบเงินจำนวนดังกล่าว ผู้เสียหายที่ 1 จะไม่ได้รับโทรศัพท์คืนโดยจำเลยจะนำโทรศัพท์ไปขายให้แก่ผู้อื่น

จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 เกิดความกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อทรัพย์สินของตน จึงยอมจะมอบเงินจำนวน 5,500 บาท ให้แก่จำเลยตามที่ถูกจำเลยขู่เข็ญ จำเลยให้การรับสารภาพทั้งข้อหารับของโจรและข้อหากรรโชก เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 บัญญัติว่า ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ... จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น... จากข้อเท็จจริงที่จำเลยขู่เข็ญให้ผู้เสียหายที่ 1 นำเงินจำนวน 5,500 บาท มามอบให้เป็นค่าไถ่โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายที่ 1 และหากไม่นำมาให้จะไม่ได้รับโทรศัพท์คืนจำเลยจะนำไปขายให้แก่บุคคลอื่น

เข้าลักษณะเป็นการขู่เข็ญผู้เสียหายที่ 1 โดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญคือขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายที่ 1 ไปซึ่งทำให้ผู้เสียหายที่ 1 เกิดความกลัวและยินยอมจะนำเงินจำนวน 5,500 บาท ไปให้จำเลย การกระทำของจำเลยจึงเข้าลักษณะความผิดฐานกรรโชก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ข้อหานี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน รวมโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร สุภาดุลย์ · คมวุฒ บุรีธนวัต · นันทชัย เพียรสนอง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2563

เมื่อในคดีส่วนอาญาศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ร้องที่ 2 และฐานกรรโชกทรัพย์ผู้ร้องที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2563

โจทก์บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยฐานรีดเอาทรัพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 338 แต่ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานโจทก์ ฟังไม่ได้ว่ามีคลิปวิดีโอที่มีภาพการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อันเป็นวัตถุความลับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2561

การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เข้าตรวจค้นห้องพักของผู้เสียหายทั้งสี่และรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 เมื่อพบเมทแอมเฟตามีนอันเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2559

การที่ผู้เสียหายทั้งสี่ยินยอมมอบเงินค่าไถ่รถยนต์ของผู้เสียหายทั้งสี่ให้แก่ ว. ผู้รับจำนำ ซึ่งรับจำนำรถยนต์ของผู้เสียหายทั้งสี่รวม 10 คัน ไว้จาก บ. โดยมิชอบ ตามที่ ว. ขู่ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 ผ่าน อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2559

จำเลยที่ 1 ข่มขู่บังคับให้โจทก์ร่วมไปโอนขายสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุซึ่งมีชื่อของ ส. บุตรโจทก์ร่วมถือสิทธิ และโจทก์ร่วมยอมไปขอร้อง ส. ให้โอนขายสิทธิการเช่าดังกล่าวโดยอ้างว่าโจทก์ร่วมกำลังเดือดร้อน ส. ยอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้