Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14948/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เจาะรูทำรอยแผลในตำแหน่งเป็นเกลียวเวียนขึ้นไปตามลำต้นกฤษณาแล้วเสียบท่อเข้าไปในรูโดยให้ปลายท่อยาวโผล่พ้นลำต้น ซึ่งแตกต่างกับการทำรอยแผลรูปสี่เหลี่ยมเป็นแนวแล้วเจาะรูตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรของโจทก์ จึงไม่เป็นการใช้กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรกรรมวิธีของโจทก์ และไม่เป็นการลัดขั้นตอนกรรมวิธีของโจทก์ การที่จำเลยที่ 1 ใช้กรรมวิธีในการสร้างสารกฤษณาแตกต่างจากกรรมวิธีตามข้อถือสิทธิดังกล่าว ย่อมไม่เป็นการละเมิดสิทธิบัตรการประดิษฐ์กรรมวิธีของโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงินจำนวน 134,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และชำระค่าสูญเสียโอกาสเป็นรายวัน จำนวนวันละ 50,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งหกระงับการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิบัตรของโจทก์ และห้ามมิให้กระทำการละเมิดต่อไป ริบและทำลายบรรดาผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นโดยละเมิดสิทธิบัตรของโจทก์และบรรดาเครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นโดยละเมิดสิทธิบัตรของโจทก์

จำเลยทั้งหกให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งหกไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจกระทำการแทน นายโรเบิร์ตและนายเฮนรี่เป็นผู้ประดิษฐ์ อะการ์วูดหรือเครื่องหอมจากการเพาะเลี้ยง (Cultivated Agarwood อะการ์วูดเป็นเครื่องหอมที่มีราคาสูงซึ่งหาได้ยากมาก) และยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ดังกล่าวต่อสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2544 และได้รับสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาเลขที่ 6,848,211 บี2 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 ต่อมาได้โอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ดังกล่าวให้แก่

รีเจนต์ส ออฟ ดิ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ มินนีโซตา (Regents of the University of Minnesota) ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมารีเจนต์ส ออฟ ดิ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ มินนีโซตา ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์อะการ์วูดหรือเครื่องหอมจากการเพาะเลี้ยงในประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2544 ตามสำเนาคำขอรับสิทธิบัตรและการประดิษฐ์เลขที่ 068988 และอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2546 นายพีระพันธุ์ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์กรรมวิธีการกระตุ้นให้สร้างสาร "Aquilaria resin" โดยการสร้างลักษณะรอยแผลบนต้นกฤษณา "Aquilaria" และได้รับสิทธิบัตรไทยเลขที่ 18985 ต่อมานายพีระพันธุ์โอนสิทธิบัตรดังกล่าวให้แก่โจทก์

นายพีระพันธุ์ได้รับสิทธิบัตรกรรมวิธีการกระตุ้นให้สร้างสารเรซินโดยการสร้างลักษณะรอยแผลบนต้นกฤษณา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 ตามสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาเลขที่ 7,485,309 บี1 จำเลยที่ 1 เช่าที่ดินในตำบลประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีต้นกฤษณาปลูกอยู่แล้วและใช้เป็นสถานที่ศึกษาวิจัยและสาธิตโดยนายโรเบิร์ตและนายโจเอลแห่งมหาวิทยาลัยมินนีโซตา คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า จำเลยที่ 1 ได้ใช้กรรมวิธีการกระตุ้นให้สร้างสาร "Aquilaria resin" โดยการสร้างรอยแผลบนต้นกฤษณาตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรการประดิษฐ์กรรมวิธีเลขที่ 18985 ของโจทก์ที่ยื่นคำขอเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2546 และออกให้เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2548 อันเป็นการละเมิดสิทธิบัตรดังกล่าวของโจทก์หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า นายโรเบิร์ตใช้สว่านเจาะลำต้นของต้นกฤษณาให้เกิดรอยแผลเพื่อกระตุ้นให้ต้นกฤษณาหลั่งสารเรซินออกมามากกว่าธรรมชาติเพื่อรักษาบาดแผล เป็นผลให้ได้ผลิตภัณฑ์เป็นสาร "Aquilaria resin" จึงเป็นการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรเลขที่ 18985 ของโจทก์ แม้กรรมวิธีของจำเลยที่ 1 จะไม่ได้เริ่มด้วยการเอาเปลือกนอกและเนื้อเยื่อออก แต่การใช้วิธีเจาะผ่านเปลือกและเนื้อเยื่อเข้าไปในต้นเป็นการลัดขั้นตอนกรรมวิธีของโจทก์นั้น เห็นว่า โจทก์นำสืบว่า จำเลยที่ 1 ทำแผ่นพับโฆษณาซึ่งระบุว่าจำเลยที่ 1 จะนำเทคโนโลยีมาตรฐานมาช่วยเร่งการสร้างสารกฤษณาในเนื้อไม้ จากการร่วมวิจัยกับศาสตราจารย์ โรเบิร์ตและนายโจเอล ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมินนีโซตา

ประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาในพื้นที่ปลูกของจังหวัดปราจีนบุรี จนเป็นที่ยอมรับ เมื่อตรวจสอบแปลงสาธิตของจำเลยที่ 1 ที่อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี พบลักษณะการเจาะรูและขั้นตอนการชักนำสารหอมระเหยในต้นกฤษณาเหมือนกับข้อถือสิทธิตามสิทธิบัตรเลขที่ 18985 ของโจทก์ในสาระสำคัญ แต่ลักษณะการเจาะรูต้นกฤษณาเป็นแนวเวียนขึ้นไปตามลำต้น แล้วเสียบท่อเข้าไปในรูโดยให้ปลายท่อยาวโผล่พ้นลำต้นเหมือนกับรูปประกอบในสำเนาคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์เครื่องหอมจากการเพาะเลี้ยง (Cultivated Agarwood) ตามสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาเลขที่ 6,848,211 บี2 ที่ยื่นคำขอเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2544 และออกให้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 โดยจำเลยทั้งหกนำสืบว่า

กรรมวิธีดังกล่าวเป็นกรรมวิธีตามสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาเลขที่ 6,848,211 บี2 ของรีเจนต์ส ออฟ ดิยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ มินนีโซตา ซึ่งนำมาขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2544 ตามสำเนาคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 068988 และตามสำเนาคำขอรับสิทธิบัตรดังกล่าวเป็นการประดิษฐ์อะการ์วูดหรือเครื่องหอมจากการเพาะเลี้ยงโดยมีข้อถือสิทธิโดยสรุปคือ การทำให้เกิดรอยแผลที่ทำขึ้นเข้าไปในไซเลมในต้น "Aquilaria" หรือต้น "Gonystylus" โดยการตัด การเจาะ การสับ หรือโดยการสอดตะปู ชุดของรอยแผลได้รับการจัดตำแหน่งในแบบเกลียวขึ้นไปตามต้นไม้และจัดเตรียมวิถีทางสำหรับการเติมอากาศสู่รอยแผลโดยการใช้อุปกรณ์เติมอากาศสอดเข้าไปในรอยแผลและให้ยื่นออกมาจากด้านนอกของต้นไม้ แล้วใส่ตัวกระทำเหนี่ยวนำให้เกิดยางไม้สู่เซลล์ที่ล้อมรอบรอยแผล

ตัวกระทำเหนี่ยวนำให้เกิดยางไม้คือ ตัวกระทำเชิงเคมีหรือสิ่งมีชีวิตซึ่งจะกระตุ้นการผลิตยางไม้อะการ์วูดหรือเครื่องหอม ส่วนการเจาะรูและชักนำสารหอมเข้าสู่ลำต้นกฤษณาตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 18985 มีข้อถือสิทธิคือ "กรรมวิธีการกระตุ้นให้สร้างสาร "Aquilaria resin" โดยการสร้างรอยแผลบนต้นกฤษณาที่ประกอบด้วยขั้นตอนของการคัดเลือกต้นกฤษณา... การทำให้เกิดรอยแผลบนลำต้นโดยการเอาเปลือกนอกและเนื้อเยื่อออก มีลักษณะเฉพาะคือ รอยแผลดังกล่าวเป็นรอยแผลรูปสี่เหลี่ยมอย่างน้อยหนึ่งแห่งอยู่เหนือระดับพื้นดินระหว่าง 50 ถึง 70 เซนติเมตร และมีการเจาะรูผ่านเข้าไปถึงส่วนที่เป็นแก่นไม้อยู่ภายในกรอบรอยแผลรูปสี่เหลี่ยมดังกล่าวอย่างน้อยสองรู...รอยแผลรูปสี่เหลี่ยมดังกล่าวจะวางแนวเป็นระเบียบตามแนวดิ่งของต้นกฤษณาอย่างน้อยหนึ่งแนว...

แนวที่อยู่ด้านหน้าและด้านข้างของลำต้น ตรงที่บริเวณที่ทำให้เกิดรอยแผลจะวางแนวเหลื่อมกัน เพื่อว่าจะไม่มีผลกระทบกับการเจริญเติบโตของต้นกฤษณา...กรรมวิธี...ยังประกอบด้วยขั้นตอนของการนำสารกระตุ้นเข้าสู่ลำต้นผ่านทางรูเจาะดังกล่าว" ดังนั้น กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรของโจทก์เลขที่ 18985 จึงเป็นกรรมวิธีการทำรอยแผลบนต้นกฤษณาให้มีรูปร่าง ขนาด และตำแหน่งตามที่กำหนด แล้วเจาะรูในกรอบรอยแผลและนำสารกระตุ้นเข้าสู่ลำต้นผ่านทางรูเจาะ เมื่อจำเลยที่ 1 เจาะรูทำรอยแผลในตำแหน่งเป็นเกลียวเวียนขึ้นไปตามลำต้นกฤษณาแล้วเสียบท่อเข้าไปในรูโดยให้ปลายท่อยาวโผล่พ้นลำต้น ซึ่งแตกต่างกับการทำรอยแผลรูปสี่เหลี่ยมเป็นแนวแล้วเจาะรูตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรของโจทก์ดังกล่าว จึงไม่เป็นการที่จำเลยที่ 1 ได้ใช้กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรกรรมวิธีเลขที่ 18985 ของโจทก์ และไม่เป็นการลัดขั้นตอนกรรมวิธีของโจทก์

การที่จำเลยที่ 1 ใช้กรรมวิธีในการสร้างสารกฤษณาซึ่งแตกต่างจากกรรมวิธีตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรกรรมวิธีเลขที่ 18985 ของโจทก์ย่อมไม่เป็นการละเมิดสิทธิบัตรการประดิษฐ์กรรมวิธีดังกล่าวของโจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์ประการนี้ฟังไม่ขึ้น เมื่อได้วินิจฉัยดังนี้แล้ว กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ประการอื่นของโจทก์ต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปริญญา ดีผดุง · นวลน้อย ผลทวี · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสุรพล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้