Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1497/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยหลอกลวงชวนโจทก์ร่วมทั้งสามไปทำงานต่างประเทศเนื่องจาก การหลอกลวงของจำเลย โจทก์ร่วมทั้งสามได้จ่ายเงินให้จำเลยการหลอกลวงของจำเลยมิได้มีลักษณะเป็นการประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่ว ๆ ไปว่าจำเลยสามารถจัดหางานในต่างประเทศให้บุคคลทั่ว ๆ ไป ที่ต้องการทำ จำเลยเพียงแต่พูดชวนโจทก์ร่วมทั้งสามให้ไปทำงาน ในต่างประเทศเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 คงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความกันได้ เมื่อคดีขาดอายุความสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนโจทก์ร่วมทั้งสามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 คำขอส่วนแพ่งของโจทก์ร่วมที่ขอถือเอาตามคำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ก็ย่อมตกไปด้วย ศาลไม่มีอำนาจสั่งให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ร่วม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และให้จำเลยใช้เงินจำนวน 140,000 บาทแก่ผู้เสียหายตามส่วน

จำเลยให้การปฏิเสธ ผู้เสียหายทั้งสามขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาตและพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 และที่ 3จำนวน 50,000 บาท 90,000 บาท และ 50,000 บาท ตามลำดับนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาในขั้นนี้ว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือไม่ และจำเลยต้องคืนเงินให้โจทก์ร่วมหรือไม่ โจทก์ร่วมทั้งสามเบิกความยืนยันว่า จำเลยได้ชวนโจทก์ร่วมทั้งสามไปทำงานต่างประเทศ โดยจำเลยเป็นนายหน้าติดต่อกับบริษัทจัดหางานชื่อบริษัทพูลอาราเบีย จำกัดที่กรุงเทพมหานคร โจทก์ร่วมทั้งสามได้มอบเงินให้จำเลยรวม 190,000บาท จำเลยพาโจทก์ร่วมไปพบผู้จัดการบริษัทดังกล่าว ต่อมาจำเลยพาโจทก์ร่วมไปตรวจร่างกายและทำทะเบียนประวัติ โดยจำเลยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งสิ้น แต่ในที่สุดโจทก์ร่วมไม่สามารถไปทำงานต่างประเทศได้จึงได้ขอเงินคืนจากจำเลย จำเลยกลับปฏิเสธไม่รับรู้ ตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยก็ยอมรับว่าได้พาโจทก์ร่วมทั้งสามไปพบผู้จัดการบริษัทพูลอาราเบีย

จำกัด จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินของโจทก์ทั้งสาม เห็นว่า โจทก์ร่วมทั้งสามกับจำเลยเป็นคนบ้านเดียวกันไม่เคยมีสาเหตุกันมาก่อน ถ้าจำเลยมิได้รับเงินของโจทก์ร่วมทั้งสามไปจริงก็ไม่มีเหตุที่โจทก์ร่วมจะสร้างเหตุการณ์ขึ้น เพื่อบังคับให้จำเลยจ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์ร่วมทั้งสามรูปคดีฟังได้ว่าเนื่องจากการหลอกลวงของจำเลย โจทก์ร่วมทั้งสามได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้จำเลยจริง แต่พฤติการณ์การหลอกลวงของจำเลยมิได้มีลักษณะเป็นการประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่ว ๆ ไปว่าจำเลยสามารถจัดหางานในต่างประเทศให้บุคคลทั่ว ๆ ไปที่ต้องการทำคดีนี้ได้ความแต่เพียงว่าจำเลยพูดชวนโจทก์ร่วมทั้งสามให้ไปทำงานในต่างประเทศเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 คงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความกันได้และคดีของโจทก์ขาดอายุความตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นชอบแล้วเมื่อคดีขาดอายุความสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6)

พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนโจทก์ร่วมทั้งสาม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 คำขอส่วนแพ่งของโจทก์ร่วมที่ขอถือเอาตามคำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ก็ย่อมตกไปด้วยที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ร่วมทั้งสามนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอโจทก์ที่ขอให้จำเลยใช้เงินแก่ผู้เสียหายด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15505/2553

ป.อ. มาตรา 343 บัญญัติว่า "ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือด้วยการปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน" คำว่า "ประชาชน" หมายถึงบุคคลทั่วไปไม่จำกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13412/2553

ความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 เป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ก่อนคดีถึงที่สุด สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) และการที่โจทก์ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1445/2549

คำฟ้องของโจทก์บรรยายความผิดฐานฉ้อโกงและหลอกลวงคนหางานว่าสามารถหางานในต่างประเทศ ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 บัญญัติให้อำนาจโจทก์ที่จะขอศาลให้สั่งจำเลยคืนเงินที่ฉ้อโกงไปให้แก่ผู้เสียหายทั้งสามได้ และจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 272414)

การแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา 343 ไม่ได้ถือเอาจำนวนผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงว่ามากหรือน้อย แต่ถือเอาเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนเป็นสำคัญโดยจะพิจารณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1061/2545

ผู้เสียหายยื่นคำร้องว่า ผู้เสียหายได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งจำนวน103,478 บาท จากฝ่ายจำเลยแล้วจึงไม่ติดใจดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยที่ 1 อีกต่อไปถือได้ว่าผู้เสียหายและจำเลยที่ 1 ยอมความกันในความผิด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้