Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15000/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ยื่นคำฟ้องฉบับใหม่แทนคำฟ้องฉบับเดิมก็เพื่อความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น ศาลชั้นต้นต้องพิจารณาคำฟ้องฉบับเดิมและคำร้องขอแก้ฟ้องประกอบคำฟ้องฉบับใหม่ด้วย จะถือคำฟ้องฉบับใหม่ฉบับเดียวแทนคำฟ้องฉบับเดิมไม่ได้ เมื่อโจทก์ไม่ได้ขอแก้ไขฟ้องส่วนที่เกี่ยวกับการขอนับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 277/2556 ทั้งในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ระบุว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 265/2556 การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 277/2556 จึงขัดแย้งกัน เชื่อว่าศาลชั้นต้นพิจารณาจากคำฟ้องฉบับใหม่ที่โจทก์พิมพ์ผิดพลาด ไม่ได้พิจารณาจากคำฟ้องฉบับเดิม ถือว่าเป็นการเขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 190

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 91, 264, 265, 268, 352, 353 และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 277/2556 ของศาลชั้นต้น และนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 211/2556, 1527/2556 และ 1766/2556 และโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ 265/2556, 276/2556, 277/2556, 295/2556, 1200/2556 และ 1709/2556 ของศาลชั้นต้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคสอง ประกอบมาตรา 265, 353 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันยักยอก ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอมเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 17 กระทง จำคุก 102 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง

คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 51 เดือน ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 277/2556 ของศาลชั้นต้น และนับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 211/2556, 1527/2556 และโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ 265/2556, 276/2556, 277/2556, 295/2556 และ 1200/2556 ของศาลชั้นต้น ส่วนคำขอให้นับโทษต่อในคดีอื่นนั้นศาลยังไม่มีคำพิพากษา จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ เกี่ยวกับการนับโทษต่อคดีนี้กับคดีที่นับโทษต่อลักษณะและความผิดเป็นอย่างเดียวกัน ซึ่งโจทก์อาจยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองทุกกระทงความผิดเป็นสำนวนเดียวกันได้ คดีนี้กับคดีที่นับโทษดังกล่าวจึงมีความผิดเกี่ยวพันกัน อาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 160 วรรคหนึ่ง

การนับโทษต่อจึงต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงทุกคดีแล้วให้จำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี โจทก์ยื่นคำร้อง ขอให้แก้ไขคำพิพากษาให้ถูกต้องตามคำฟ้องของโจทก์โดยให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 265/2556 ของศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องเป็นการที่โจทก์ขอแก้ไขคำพิพากษาเนื่องมาจากคำพิพากษาพิมพ์ผิดพลาด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 คดีนี้ แต่เดิมโจทก์ยื่นคำฟ้องฉบับแรก ต่อมาโจทก์ทำคำฟ้องฉบับใหม่ยื่นแทนฉบับเดิม ศาลอนุญาต และรับฟ้องฉบับดังกล่าวไว้ คำพิพากษาของศาลในส่วนที่ขอแก้ไขระบุหมายเลขคดีที่นับโทษต่อตรงกับคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ฉบับดังกล่าว คำพิพากษาของศาลไม่ได้พิมพ์ผิดพลาด อันจะเป็นเหตุให้ขอแก้ไขได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว ให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 277/2556 ของศาลชั้นต้น เป็นถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะทำคำฟ้องฉบับใหม่ตามคำฟ้องท้ายคำร้องฉบับลงวันที่ 14 ตุลาคม 2556 ยื่นต่อศาลชั้นต้นแทนคำฟ้องฉบับเดิมสืบเนื่องมาจากโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องหลายครั้งก็ตาม แต่การทำคำฟ้องฉบับดังกล่าวก็เพื่อความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น เพราะคำฟ้องฉบับเดิมยังคงมีอยู่ ดังนี้ ในการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลชั้นต้นจึงต้องพิจารณาจากคำฟ้องฉบับเดิมและคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ประกอบคำฟ้องฉบับใหม่ด้วย

จะยึดถือคำฟ้องฉบับใหม่เพียงฉบับเดียวแทนคำฟ้องฉบับเดิมไม่ได้ เมื่อตามคำร้องขอแก้ฟ้องฉบับลงวันที่ 14 ตุลาคม 2556 โจทก์ไม่ได้ขอแก้ฟ้องเกี่ยวกับการนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 277/2556 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นย่อมไม่อาจนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาดังกล่าวได้ ทั้งเมื่อพิจารณาคำพิพากษาศาลชั้นต้น หน้า 29 ตอนท้าย ก็ระบุว่า จำเลยที่ 1 ในคดีนี้เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 265/2556 ของศาลจังหวัดพัทลุง การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 277/2556 ของศาลชั้นต้น จึงเป็นการขัดแย้งกับข้อความดังกล่าว เชื่อว่า

ศาลชั้นต้นเขียนหรือพิมพ์คำพิพากษาในเรื่องการนับโทษจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้พิจารณาจากคำฟ้องฉบับเดิม แต่พิจารณาจากคำฟ้องฉบับใหม่ที่โจทก์พิมพ์ผิดพลาด ถือว่าเป็นการเขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด ศาลฎีกาชอบที่จะแก้ไขเสียให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงได้ ไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นข้อความที่ว่า ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 277/2556 ของศาลชั้นต้น เป็น ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 265/2556 ของศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี สุเทพากุล · นิพนธ์ ใจสำราญ · เอกชัย เหลี่ยมไพศาล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพัทลุง - นายเจนรบ นครสุต
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางประทานพร ยอดปัญญา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ3095/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1539/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3976/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 700426)

ตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (2) ระบุว่าในคดีอาญาพนักงานอัยการมีอำนาจหน้าที่ตาม ป.วิ.อ. และตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4601/2565

ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธ และให้การใหม่เป็นรับสารภาพในความผิดข้อหาร่วมกันตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกิน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 689123)

โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับวันเวลาที่จำเลยกระทำความผิดอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันทั้งสองสำนวน และเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องทั้งสองสำนวนก็เป็นจำนวนเดียวกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องสำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้